top of page

งานสัมมนา “CMU MODEL: พลิกแนวคิด สร้างบัณฑิตยุคใหม่ด้วยผลลัพธ์” | 29 เมษายน 2569 @CMU STeP

  • 29 เม.ย.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อโลกเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ปริญญาบัตรอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของการการันตีความสำเร็จอีกต่อไป มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จึงได้จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “CMU MODEL: พลิกแนวคิด สร้างบัณฑิตยุคใหม่ด้วยผลลัพธ์” เพื่อประกาศวิสัยทัศน์และกางแผนที่นำทาง (Roadmap) ด้านการจัดการศึกษาแนวใหม่ ที่ไม่ได้มองแค่การสอนในห้องเรียน แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้” ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน และขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์อย่างแท้จริง บทความนี้ขอพาคุณไปเจาะลึกภาพรวมและประเด็นสำคัญจากงานสัมมนาดังกล่าวแบบสรุปจบ ครบถ้วน และเข้าใจง่าย เพื่อให้เห็นทิศทางที่น่าจับตาของการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทยในอนาคต



🎊 ภาพรวมและบรรยากาศของงาน



งานสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นโดย ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU STeP) โดยมีบุคลากรและอาจารย์ให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง


เป้าหมายหลักของงาน คือการเป็นเวทีนำเสนอแนวทางการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การมุ่งเน้นพัฒนาบัณฑิตตามอัตลักษณ์ CMU DNA, การนำแนวคิด Modular Learning มาใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และไฮไลท์สุดยอดอย่างการประเมินผลแบบมุ่งผลลัพธ์ หรือ Outcome-Based Education (OBE)

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นตัว ผู้เข้าร่วมต่างประทับใจในความชัดเจนของการสื่อสารวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับสูง การเชื่อมโยงระบบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการยกตัวอย่างการใช้งานจริงที่ช่วยให้บุคลากรเห็นภาพว่า “มช. จะก้าวต่อไปอย่างไร” ได้อย่างชัดเจน



💡 สรุปประเด็นเด่นจากเวที: เจาะลึกแต่ละ Session


งานสัมมนาถูกร้อยเรียงเนื้อหามาอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ (Vision) ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ (Operation) และกรณีศึกษา (Case Study) โดยแบ่งเป็นช่วงต่างๆ ดังนี้


1. CMU: THE NEXT ERA - วิสัยทัศน์ใหม่ มช. เมื่อโลกเปลี่ยน การศึกษาต้องพลิก



วิทยากร: ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล (อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

อธิการบดีได้เปิดมุมมองให้เห็นถึง “วิกฤตอุดมศึกษาไทย” ที่กำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ ทั้งจำนวนนักศึกษาที่ลดลง งบประมาณที่จำกัด กฎระเบียบที่เข้มงวด และที่สำคัญที่สุดคือ "ปริญญาที่เสื่อมค่าลง" โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะโลกเดือด ปัญหาสุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนการมาถึงของยุคดิจิทัลและ AI ที่พลิกโฉมตลาดแรงงาน


Key Takeaways: มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว (Transform) อย่างเร่งด่วน การเรียนการสอนต้อง "เพิ่มมูลค่า" (Value) ให้กับผู้เรียนให้คุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่าย มช. จึงตั้งเป้าสู่การเป็น CMU 2030 “Inclusive Innovation University for Sustainability” ขับเคลื่อนผ่าน 6 กลยุทธ์หลัก ที่เน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาระดับโลก และมุ่งพัฒนา Future Skills ให้ทั้งนักศึกษาและบุคคลทั่วไป


Insight ที่น่าสนใจ: การยกตัวอย่างประเทศจีนที่ปฏิรูปอุดมศึกษาครั้งใหญ่ในยุค AI มีการยกเลิกหลักสูตรกว่า 3,000 หลักสูตรเพื่อมุ่งสู่ทักษะแห่งอนาคต เป็นสัญญาณเตือนว่าเราหยุดนิ่งไม่ได้



2. BUILDING CMU: 4 Units of the Future - บูรณาการสมการใหม่แห่งการศึกษา



วิทยากร: รศ.ภญ.อุษณีย์ คำประกอบ (รองผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่)

เมื่อวิสัยทัศน์ชัดเจน จึงนำมาสู่การออกแบบกลไกเพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หรือ "CMU DNA" ซึ่งเป็นการผสานฐานทักษะเดิม (คุณธรรม, ความเป็นพลเมืองโลก, ภาษา, สุขภาพ, Soft Skills) เข้ากับทักษะใหม่ (นวัตกรรม, ดิจิทัลและ AI, ความเป็นผู้ประกอบการ)


Key Takeaways: กุญแจสำคัญคือการใช้แนวคิด Modular Learning หรือการจัดการเรียนรู้แบบโมดูลย่อย ที่ผู้เรียนสามารถ “เรียนเป็นชิ้นๆ ได้ตามจังหวะตัวเอง แบ่งเรียนทีละน้อย ไม่ล้นสมอง” เพิ่มความยืดหยุ่นขั้นสุด และตอกย้ำด้วยระบบ CMU OBE ที่จะมาช่วยติดตาม "ผลลัพธ์การเรียนรู้" อย่างเป็นรูปธรรม



3. CMU DNA: THE IDENTITY - ถอดรหัสอัตลักษณ์บัณฑิต มช.



วิทยากร: ผศ.ดร.วีณัน บัณฑิตย์ (ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา)

Session นี้เจาะลึกไปที่กระบวนการปลูกฝัง CMU DNA ให้เกิดขึ้นจริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ "Student Success" (ความสำเร็จของนักศึกษา)


CMU DNA อัตลักษณของบัณฑิต มช. เป็นแบบไหน?

Key Takeaways: มช. ได้พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนมากมาย เช่น การปรับปรุงหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (GE), การเปิด Minor ด้านผู้ประกอบการและ AI รวมถึงการจัดแพ็กเกจชุดการเรียนรู้ (Bundle) ที่ยืดหยุ่น รองรับระบบ Certificate และ Micro-credential ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) นอกห้องเรียน และโอนกลับมาเป็นหน่วยกิตได้



4. LIFELONG LEARNING ECOSYSTEM PLATFORM - ปลดล็อคการศึกษาที่ออกแบบได้



วิทยากร: รศ.ดร.นัทธี สุรีย์ (ผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต)

การเรียนรู้ไม่ควรจบแค่ในห้องเรียน Session นี้ได้นำเสนอแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต (LE Platform) ที่ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างระหว่าง "โลกวิชาการ" กับ "โลกการทำงาน"


Key Takeaways: มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของ Soft Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการสูงสุด (อ้างอิงจากข้อมูลของ McKinsey) แพลตฟอร์มนี้จึงมีระบบ Skill Transcript หรือหลักฐานเชิงทักษะ ซึ่งแตกต่างจากทรานสคริปต์แบบเดิมที่บอกแค่เกรดรายวิชา แต่ Skill Transcript จะสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงรอบด้านของผู้เรียน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Job Finder ที่ใช้ AI ช่วยแนะนำงานที่ตรงกับทักษะของผู้เรียนอีกด้วย



5. OUTCOME-DRIVEN PLATFORM - พลิกมิติการประเมินผล สู่โลกแห่งผลลัพธ์



วิทยากร: อ.ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ (ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้)

เข้าสู่โลกของการประเมินผลในยุคใหม่ที่ "เกรด" ไม่ใช่พระเจ้าอีกต่อไป แต่เราจะมุ่งไปที่ "ผลลัพธ์การเรียนรู้" (Learning Outcomes: LO)


แพลตฟอร์ม CMU OBE คืออะไร?

Key Takeaways: การใช้เครื่องมือประเมินแบบ LO-first โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน (Rubric) ที่ชัดเจนเพื่อวัดระดับความสำเร็จ (Below/Meet/Exceed) ระบบ OBE จะช่วยเชื่อมโยงคะแนนเหล่านี้ออกเป็นเอกสารทางการ ทำให้ผู้เรียนเห็นความสามารถของตนเองควบคู่ไปกับเกรด และยังสามารถดึงผลลัพธ์จากการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน (เช่น แคมป์ INNOMIND LAB) มาประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ



6. เสวนา THE INSIGHTS - เจาะลึกการถอดโมเดลใหม่ในสนามจริง



ผู้ร่วมเสวนา: ผศ.ดร.เนตรทอง นามพรม, รศ.ดร.จิราภรณ์ เตชะอุดมเดช, ผศ.ดร.ธนาทิพย์ จันทร์คง

บทพิสูจน์ว่าแนวคิดทั้งหมดนี้ “ทำได้จริง” ผ่านการแชร์ประสบการณ์ตรงจากคณะพยาบาลศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์


Key Takeaways & Insights:

  • คณะพยาบาลศาสตร์: นำระบบ CMU OBE มาใช้ติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ จนสามารถคว้าการรับรองหลักสูตรมาตรฐานสากลจาก ACEN ได้สำเร็จ บทเรียนที่ได้คือ ต้องมีวิสัยทัศน์เชิงนโยบายที่ชัดเจน และต้องพร้อมก้าวข้าม “Data Silo” (ข้อมูลแยกส่วน) รวมถึงปรับทัศนคติของบุคลากร

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์: เล่าถึงการใช้ระบบ Modular Learning ในการเรียนการสอนรายวิชาที่เน้น Soft Skills โดยออกแบบการเรียนเป็น “ขั้นบันได” เพื่อให้นักศึกษาได้เกิดกระบวนการทบทวนตัวเอง (Reflection) และค่อยๆ ต่อยอดทักษะไปสู่ระดับที่สูงขึ้น



🎯 สรุปภาพรวม: ก้าวต่อไปที่น่าจับตา



งานสัมมนา “CMU MODEL” ไม่เพียงแต่เป็นการสื่อสารทิศทางนโยบาย แต่ยังเป็นการมอบ "อาวุธ" ให้กับคณาจารย์และหน่วยงานต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ผู้เข้าร่วมงานต่างสะท้อนว่าเครื่องมืออย่าง Modular Learning, CMU OBE และ Skill Transcript จะเข้ามาช่วยยกระดับการจัดการเรียนรู้ ทำให้นักศึกษามีเป้าหมายที่ชัดเจน และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง


ประเด็นที่ควรจับตาต่อ (Future Trends): แม้เครื่องมือและวิสัยทัศน์จะพร้อมสรรพ แต่ก้าวต่อไปคือ "การบริหารการเปลี่ยนแปลง" ภายในองค์กร การพัฒนาศักยภาพอาจารย์ (Mindset & Skillset) ทีมสนับสนุนด้าน IT ที่เข้มแข็ง รวมถึงการขยายผลการใช้ Skill Transcript ให้ครอบคลุมทุกลมหายใจของการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย


อนาคตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่ใช่แค่สถานที่แจกปริญญาบัตรอีกต่อไป แต่คือ "แพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต" การกล้าที่จะพลิกแนวคิด เปลี่ยนวิธีการวัดผล และยึดความสำเร็จของผู้เรียนเป็นศูนย์กลางอย่างที่ CMU MODEL กำลังขับเคลื่อนนี้ คือก้าวสำคัญที่จะทำให้สถาบันการศึกษายังคงเป็น "เสาหลัก" ที่ทรงคุณค่าในการบ่มเพาะคนคุณภาพ สู่สังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้งได้อย่างสง่างามและยั่งยืน


📄 เรียบเรียง

นางสาวเจนจิรา ตาเจริญเมือง, วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นางสาวปิยวรรณ ปัญราชมิตร, ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


📸 ช่างภาพ

นายณัฐภาส ร่มโพธิ์, ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


โพสต์ที่คล้ายกัน

ดูทั้งหมด

ความคิดเห็น

ได้รับ 0 เต็ม 5 ดาว
ยังไม่มีการให้คะแนน

ให้คะแนน
bottom of page