top of page

SEARCH RESULTS

พบผลการค้นหา 83 รายการ

  • [CMU Ed Talks] บทสัมภาษณ์จาก อ.สมเกียรติ อินทสิงห์ ผู้ได้รับรางวัล Distinguished Educator 2023

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED Talks CMU: 21st Century Learning 2023 | The Change Maker | EP.04 Distinguished Educator 2023 อาจารย์สมเกียรติ อินทสิงห์ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะอาจารย์ต้นแบบเจ้าของรางวัล Distinguished Educator 2023 ได้มาร่วมพูดคุยและเผยเคล็ดลับการพัฒนาการสอน ที่เน้น “เปิดใจรับฟัง” และ “ปรับตามความต้องการของผู้เรียน” “การสอนเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง“ - อาจารย์สมเกียรติ อินทสิงห์ แรงบันดาลใจในการพัฒนาการเรียนรู้ อาจารย์สมเกียรติเล่าว่า แรงบันดาลใจแรกมาจากธรรมชาติของนักศึกษาปริญญาโทในภาคพิเศษที่มักมีพื้นฐานความรู้มาบ้าง แต่ก็ยังขาดองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในวิชาการบริหารหลักสูตร ซึ่งเป็นวิชาที่ยากและต้องใช้ความรู้หลากหลายศาสตร์ร่วมกัน อาจารย์จึงมองว่านี่คือโอกาสที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหางานในด้านของหลักสูตรของโรงเรียนในบริบทของวิชาชีพครู แรงบันดาลใจที่สองมาจากตัวอาจารย์เองที่อยากจะท้าทายตัวเองและทดลองใช้รูปแบบการสอนใหม่ๆ อาจารย์จึงอยากลองทำ Microlearning หรือคลิปการสอนสั้นๆ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทบทวนก่อนมาพูดคุยกันในชั้นเรียน ซึ่งก็เหมาะกับ Learning Style ของนักศึกษาในปัจจุบัน แรงบันดาลใจที่สามมาจากความต้องการของนักศึกษาที่อยากให้อาจารย์เชิญวิทยากรภายนอกมาแชร์ความรู้และประสบการณ์เพิ่มเติม อาจารย์เห็นว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดโลกทัศน์ให้กับนักศึกษาและช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากมุมมองที่หลากหลาย และแรงบันดาลใจสุดท้ายมาจากข้อจำกัดของนักศึกษาปริญญาโทที่มักมีเวลาเรียนจำกัด อาจารย์จึงพยายามออกแบบการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและช่วยให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง กระบวนวิธีที่ใช้ในการสอน อาจารย์สมเกียรติเล่าว่า กระบวนวิธีในการสอนนั้น เริ่มจากการวิเคราะห์บริบทของผู้เรียนและสาระที่จะสอน จากนั้นจึงคัดเลือกวิธีสอนที่เหมาะสม โดยเน้นกิจกรรมการเรียนการสอนที่ช่วยให้นักศึกษามีส่วนร่วมและเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง กระบวนวิธีที่ท่านได้ใช้ในการสอนวิชาการบริหารหลักสูตร มีดังนี้ Flipped Classroom หรือห้องเรียนกลับด้าน เป็นวิธีสอนที่ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองก่อนเข้าชั้นเรียน โดยอาจารย์จะอัดคลิปวิดีโอหรือสร้างสื่อการเรียนรู้อื่น ๆ ไว้ให้นักศึกษาศึกษาล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาเรียนอาจารย์จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนมา Work-based Learning เป็นวิธีสอนที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับโลกแห่งการทำงาน โดยอาจารย์จะมอบหมายให้นักศึกษาไปสัมภาษณ์ผู้ที่ปฏิบัติงานจริงในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง จากนั้นให้นักศึกษานำข้อมูลมานำเสนอและแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียน Design Thinking Process เป็นกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ โดยอาจารย์จะแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่ม ๆ แล้วให้แต่ละกลุ่มคิดนวัตกรรมเกี่ยวกับการบริหารหลักสูตร จากนั้นนักศึกษาจะนำเสนอผลงานต่อชั้นเรียน Analytical Reflective Discussion เป็นกิจกรรมอภิปรายที่เน้นการคิดวิเคราะห์และสะท้อนคิดโดยใช้เหตุผล โดยอาจารย์จะตั้งคำถามหรือประเด็นให้นักศึกษาอภิปรายร่วมกัน Digital Platform เป็นการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลหรือแอปพลิเคชันต่างๆ ในการจัดการเรียนรู้ เช่น Padlet สำหรับการแชร์ข้อมูลและความคิดเห็น, Metricmeter สำหรับการสำรวจและแชร์ความคิดเห็น และ Kahoot สำหรับการเล่นเกม อาจารย์สมเกียรติยังได้กล่าวอีกว่า กระบวนวิธีที่ใช้ในการสอนเหล่านี้ ช่วยให้นักศึกษามีความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น และเกิดผลนวัตกรรมในการแก้ปัญหางานในด้านของหลักสูตรของโรงเรียนในบริบทของวิชาชีพครู สิ่งที่ได้จากการพัฒนาการสอน จากการปรับเปลี่ยนวิธีการสอน พบว่า นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทักษะการคิดเชิงระบบ การคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และรับผิดชอบต่อหน้าที่ นอกจากนี้ นักศึกษายังมีมุมมองความคิดที่กว้างไกลมากขึ้น และสนใจในศาสตร์ของการบริหารหลักสูตรมากขึ้น อาจารย์เองก็ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการสอนครั้งนี้ โดยพบว่าการสอนเป็นงานที่ต้องใช้ปฏิสัมพันธ์กับคน และต้องปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ อาจารย์ต้องเรียนรู้และทำความสนใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน ความคาดหวังของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื้อหาสาระ และเกณฑ์ในการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และแนวทางการสอนของอาจารย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4 ส. ฝากถึงอาจารท่านอื่นที่อยากพัฒนาการสอน 4 ส. สำหรับการพัฒนาการสอน สืบเสาะ สื่อสาร สร้างสรรค์ สั่งสม อาจารย์สมเกียรติได้ฝาก 4 ส. ไว้ให้กับอาจารย์ท่านอื่นที่อยากพัฒนาการสอน ดังนี้ สืบเสาะ อาจารย์ควรแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ สื่อสาร อาจารย์ควรสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน นักศึกษา และสังคมวงกว้างมากขึ้น สร้างสรรค์ อาจารย์ควรสร้างสรรค์สื่อการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายและน่าสนใจ สั่งสม อาจารย์ควรเก็บรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ไว้ หมั่นอ่านหนังสือ ศึกษาข้อมูล และเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น องค์ความรู้และข้อมูลเหล่านี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการสอนของอาจารย์ นอกจากนี้อาจารย์สมเกียรติยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า การพัฒนาการสอนของอาจารย์นั้นเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องและไม่มีที่สิ้นสุด เพราะผู้เรียนมีความต้องการและความสนใจที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ เนื้อหาสาระและเกณฑ์ในการทำงานก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น อาจารย์จึงต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ “เพราะการสอนเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง“ ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://fb.watch/oOt8E_sRgr/ เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • ถอดบทความจาก Live Streaming "CMU Digital Learning Platform in 2024"

    สรุปประเด็นจากการไลฟ์สตรีมเรื่อง CMU Digital Learning Platform in 2024 Update นโยบายการใช้งาน 3 ระบบใหญ่ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.30 -17.30 น. ที่มา: https://fb.watch/oNA0mLo3ST/ #MangoCanvas #Microsoft365 #CMUZOOM 1. ประเด็นเกี่ยวกับระบบ Mango Canvas ผลักดัน Mango Canvas เป็น LMS หลักเต็มรูปแบบในภาคเรียนที่ 1/67 มช. ผลักดันการใช้ Mango Canvas เป็น Learning Management System (LMS) หลักเต็มรูปแบบ แทนที่การใช้ KC-Moodle โดยจะค่อย ๆ ปิดตัว KC-Moodle ลงในช่วงภาคเรียนฤดูร้อน 3/66 และจะหันไปใช้ Mango Canvas อย่างเต็มรูปแบบสำหรับการศึกษาในภาคเรียนที่ 1/67 ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนอาจารย์ที่เป็น Active user ใน Mango Canvas มากกว่า 40% และยังมีนักศึกษากว่า 71 % ที่ใช้งาน Mango Canvas แล้ว เชื่อว่าเมื่อเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบจะมีจำนวนผู้ใช้งานที่สูงขึ้น เหตุผลในการผลักดัน Mango Canvas เป็น LMS หลัก เนื่องจาก Microsoft 365 จำกัดปริมาณพื้นที่จัดเก็บข้อมูลร่วม (Shared storage) รวมถึง Canvas เป็นเครื่องมือที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศใช้กัน และพบว่ามีเครื่องมือที่สามารถช่วยยกระดับการจัดการเรียนการสอนที่น่าจะสร้างความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี KC Moodle จะเป็นอย่างไรหลังภาคเรียนที่ 1/67 KC-Moodle หรือ CMU Online, E-Learning จะปิดให้บริการถาวร อย่างไรก็ตาม TLIC จะยังคงมีบริการ KC-Moodle ไว้ในกรณีจำเป็น เช่น บางวิชาที่อาจต้องใช้ความสามารถของตัว KC-Moodle (ตัวอย่างเช่นการใช้งาน Code Runner) หรือการสอบบางอย่างที่อาจเหมาะกับการใช้ KC-Moodle มากกว่า แต่โดยทั่วไปจะใช้ Mango Canvas เป็นตัว LMS หลักในการเรียนการสอนของในภาคเรียนที่ 1/67 นี้ หากต้องการเริ่มต้นใช้ Mango Canvas จะมีการสนับสนุนอะไรบ้างจาก TLIC? สำหรับอาจารย์ท่านใดที่ยังไม่คุ้นชินกับการใช้งาน Mango Canvas ทีลิค (TLIC) ได้จัดทำวิดีโอสำหรับผู้เริ่มต้นไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในชื่อ Next level learning with Mango Canvas เรียนรู้ 9 Essential principles ของ Mango Canvas สั้นๆ ความยาวคลิปละประมาณ 15 นาทีเท่านั้น คลิกที่นี่ หรือ ดูได้จากวิดิโอด้านล่าง 2. ประเด็นเกี่ยวกับระบบ Microsoft 365 รูปแบบการใช้งาน Microsoft 365 ของ มช. ในปัจจุบัน และได้รับผลกระทบอย่างไรจากนโยบายใหม่ของบริษัท Microsoft? มช.ได้ใช้บริการ Microsoft 365 for Education แบบ A3 ซึ่งรวมถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลร่วม (Shared storage) แบบไม่จำกัดปริมาณการใช้ โดยมี Outlook เป็นช่องทางการสื่อสารหลัก Team เป็นพื้นที่สำหรับ Classroom ซึ่งปัจจุบันสามารถทดแทนได้ด้วย Mango Canvas OneDrive เป็นพื้นที่ในเก็บไฟล์ออนไลน์ Stream เป็นพื้นที่ในการแชร์วิดีโอ SharePoint เป็นพื้นที่ในการแชร์ไฟล์ออนไลน์ และทำงานร่วมกัน ผลกระทบจากการประกาศลดขาด Share Storage จากเดิมสามารถใช้งานได้อย่างไม่จำกัดปริมาณการ แต่ในใช้ปัจจุบัน Microsoft ประกาศจะลดขนาด Shared storage ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 เป็นต้นไป ทำให้ทั้งมช.จะถูกลดพื้นที่เหลือ 150 Terabyte ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อบริการที่อยู่ภายใต้ Microsoft 365 ทั้งหมด และสำหรับ Microsoft Stream ทาง Microsoft จะปิดให้บริการแบบ Classic และเปลี่ยนเป็นแบบ on Share Point ในวันที่ 1 มีนาคม 2024 โดยหลังช่วงปิดปีใหม่ทาง ITSC จะมีวิธีการในย้ายข้อมูลให้สำหรับบุคลากรมช.อีกครั้ง การปรับตัวของทางมหาวิทยาลัยเพื่อบริหารทรัพยากรที่มีจำกัด เนื่องจากการลดขนาด Shared storage ทำให้มช.ต้องปรับแนวทางในการให้บริการเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรที่มีจำกัด ด้วยวิธีการดังนี้ ลดการใช้งาน Shared storage ที่บริการให้แก่ บุคลากร บุคลากรเกษียณ และนักศึกษา ลดการใช้เครื่องมือที่มีความทับซ้อนกัน เช่น LMS จาก Classroom ใน Teams โดยแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้งาน Mango Canvas แทน งดการให้บริการ Shared storage สำหรับนักศึกษาเก่า สิ่งที่ยังคงสามารถใช้งานได้มีอะไรบ้าง สำหรับสิ่งที่ยังสามารถใช้ได้ คือ อีเมลส่วนกลางสำหรับส่วนงาน/งาน รูปแบบ Shared Mailbox และบริการภายใต้ Microsoft 365 ที่จะลดขนาดของ Storage ลง ปัจจุบันแม้จะยังไม่มีการจัดสรรขนาดพื้นที่บริการที่ชัดเจน แต่ก็จะพยายามจัดสรรให้กระทบกับการใช้งานให้น้อยที่สุด และอาจมี Local Storage ภายในมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ (Cloud based) 3. ประเด็นเกี่ยวกับระบบ ZOOM การปรับลดจำนวน Zoom Pro License จาก 4,000 เหลือ 3,000 สิทธิ์ จากสถิติการใช้งานที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้งานลดลงเป็นจำนวนมาก โดยปริมาณการเป็น Host ลดลงกว่า 75% และปริมาณการเป็น Host น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 4 เดือนมีจำนวนกว่า 50% ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การรองรับการใช้งาน Zoom มีต้นทุนต่อหน่วยการสร้าง Meeting สูงขึ้น มช. จึงมีแผนปรับลดจำนวน Zoom License จาก 4,000 สิทธิ์ เหลือ 3,000 สิทธิ์ ในปี 2024 โดยจะมีผลในวันที่ 13 ธันวาคม 2023 เงื่อนไขในการถอนสิทธิ์ออก หรือจัดการ License เป็นอย่างไร? หากไม่ใช้งาน Zoom เกิน 30 วันจะถอน Zoom License Pro กลับมาที่ส่วนกลาง โดยคณะที่มีแอดมิน Zoom อยู่แล้ว แอดมินจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการปรับลดจำนวน Zoom License ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และอาจมีการจัดการที่เหมาะสมกับคณะโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ซึ่งคาดว่า 3,000 สิทธิ์ จะเพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้งานจริง ทั้งนี้สำหรับบุคลากรบางท่านที่ไม่มี Zoom License Pro ยังคงสามารถใช้ MS Team Meeting ทดแทนการใช้ Zoom ได้ หรือ ใช้งานสิทธิ์ Zoom แบบจองใช้งานผ่านช่องทาง https://zoom.tlic.cmu.ac.th/ ได้เหมือนเดิม หากไม่มี License Zoom Pro จะส่งผลกระทบอย่างไร? หากไม่มี Zoom Pro License ท่านจะสามารถใช้งาน Meeting ได้ 40 นาทีต่อครั้งและมีผู้เข้าร่วมสูงสุดไม่เกิน 100 คน ซึ่งแตกต่างจาก Licesnse Zoom Pro คือ Zoom Pro จะสามารถเริ่ม Meeting แบบไม่จำกัดเวลาแต่จำกัดผู้เข้าร่วมจำนวน 300คน ในส่วนของสิทธิ์แบบห้องใหญ่ Large Meeting และ Webinar จะถูกลดด้วยหรือไม่ สิทธิ์การจองทั้ง 2 แบบยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งเงื่อนไขและขั้นตอนการจองใช้งานสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://zoom.tlic.cmu.ac.th/ 4. ประเด็นอื่นๆ (บริการฟรีจาก TLIC สำหรับอาจารย์มช.) สำหรับอาจารย์ท่านใดที่ต้องการผลิตสื่อบรรยายวิชาเรียน (Teaching video) สามารถใช้สตูดิโอของทางทีลิค (TLIC) แทนการอัดวิดีโอระหว่างการสอนแบบเดิม เพื่อคุณภาพของสื่อที่ดีขึ้น และเผื่อในอนาคตต้องการสร้างเป็น Life Long Learning Course ให้กับบุคคลนอกก็สามารถใช้วิดีโอในส่วนนี้ได้ ทั้งนี้ TLIC ยังคงเปิดให้บริการ ห้อง EZ Self Studio ใช้อัดสื่อการสอน หรือสตรีมมิ่งสอนออนไลน์ หรือให้ นักศึกษาในวิชาของอาจารย์ผลิตสื่อส่งชิ้นงานได้เช่นกัน สามารถใช้งานได้ฟรีตลอดชีพ (พร้อมผู้ช่วยโดยน้องๆ TLIC Junior ในเวลาทำการ) รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.info.tlic.cmu.ac.th/cmu-ez-self-studio TLIC ส่งเสริมการเรียนรู้แบบใหม่ ด้วยห้อง EZ Active Classroom สำหรับอาจารย์และบุคลากร มช. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (พร้อมผู้ช่วยโดยน้องๆ TLIC Junior ในเวลาทำการ) จองห้องเพื่อใช้สอนก็ได้ หรือ ทำWorkshop ก็ดี อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.info.tlic.cmu.ac.th/cmu-ez-active-classroom ช่องทางติดต่อทีมงาน สามารถส่งข้อความผ่าน Facebook Page, Line OA, และ Chat Bubble(มุมขวาล่าง) ทุก Platfrom ไม่ว่าจะเป็น Course Portal, Website, Mango Canvas, CMU Exam) ได้แล้ววันนี้ ที่มา Live Streaming: https://fb.watch/oNA0mLo3ST/ เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566 และ เจนจิรา แก่นสาร ทีมงาน TLIC ฝ่าย Digital Learning Support

  • เปิดตัวอาจารย์ต้นแบบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2023 "THE CHANGE MAKER"

    เปิดตัวอาจารย์ต้นแบบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2023 อาจารย์รุ่นใหม่ ที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ด้านพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้าน Active Learning, Asynchronous learning Integrated learning และ Outcome-based Learning โลกการสอนในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนรูปแบบเดิมๆ ไม่สามารถจูงใจผู้เรียนได้อีกต่อไป การปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยุคนี้... ซึ่งในปี 2023 มีจำนวน 11 รางวัล ประกอบด้วย Best Practice Award 1 รางวัล Distinguished Educator 3 รางวัล Exemplary Award 1 รางวัล และ Nomination for Best Practice Award 6 รางวัล และสามารถติดตามรับชมรายการ Exclusive Talks “The Change Maker "ไขความลับกว่าจะเป็นอาจารย์ต้นแบบแถวหน้าของ มช.” และบทความจากรายการได้ที่ Menu Article&News : [CMU ED TALKS] THE CHANGE MAKER สามารถติดตามรับชมรายการ Exclusive Talks “The Change Maker "ไขความลับกว่าจะเป็นอาจารย์ต้นแบบแถวหน้าของ มช.” และบทความจากรายการได้ที่ Menu Article&News : [CMU ED TALKS] THE CHANGE MAKER ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับอาจารย์ทุกท่าน ร่วมแสดงความยินดีกับอาจารย์ต้นแบบของเราด้วยการกดหัวใจ และ แชร์โพสต์ได้เลย

  • [CMU Ed Talks] บทสัมภาษณ์จาก อ.ผศ.ดร. ศุภณัฐ และ ผศ.ดร.จิรันธนิน - The Distinguished Educator

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED Talks CMU: 21st Century Learning 2023 | The Change Maker | EP.03 Distinguished Educator Award 2023 แชร์เทคนิค ‘สอนอย่างไรจึงจะเหมาะกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21’ กับ ผศ.ดร. ศุภณัฐ ชัยดี หรือ "อาจารย์นัท" อาจารย์ประจำภาคคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ ผศ.ดร.จิรันธนิน กิติกา หรือ "อาจารย์ภู" อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เจ้าของรางวัล Distinguished Educator Award ซึ่งเคยได้รับรางวัล Best Practice ในปี 2562 หลายคนอาจสงสัยว่าอาจารย์จากสองขั้วคณะที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ทำอย่างไรให้ทั้งสองกระบวนวิชาสามารถประยุกต์เข้าด้วยกันได้ จนเกิดเป็นโปรเจ็ค ‘Arch x Geom CMU’ ที่จัดแสดงในงาน Chiang Mai Design Week บทสัมภาษณ์นี้มีคำตอบ! แรงบันดาลใจในการพัฒนาการเรียนรู้ อาจารย์นัทเล่าถึงที่มาที่ไปว่า เมื่อปี 2562 เคยได้ขอทุนใน Type B เปลี่ยนจากการให้นักศึกษานั่งฟังบรรยายในห้องเป็นการสอนแบบ Active learning ซึ่งผลที่ได้คือ งานตัวโปรเจ็คจบนักศึกษาทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง แต่อาจารย์รู้สึกว่า ยังดีได้มากกว่านี้ในแง่ของการพัฒนาต่อยอดกับโจทย์จริง จึงพยายามหาผู้ช่วยที่จะทำให้ความคิดของนักศึกษาเฉียบคมมากยิ่งขึ้น และในตอนนั้นเองก็ได้ติดต่อกับอาจารย์ภูเพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างศาสตร์ของคณิตและศาสตร์ของสถาปัตยกรรม โดยอาจารย์ภูได้เสริมต่อไปว่า "อยากนำเสนอให้เห็นว่า สถาปัตยกรรมและคณิตศาสตร์มันเป็นวิธีคิดร่วมกันได้" อย่างทางฝั่งสถาปัตย์ ตัวกระบวนวิชาเป็นการเรียนแบบก้าวหน้า นักศึกษาจะต้องสร้างสรรค์หนึ่งอาคารด้วยตัวคนเดียว เมื่อได้ใช้วิธีคิดทางคณิตศาสตร์ร่วมด้วย จะทำให้งานมีตรรกะที่ชัดเจนขึ้น ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม และแท้จริงนั้นอาคารหนึ่งหลังมีความเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์มากมาย กระบวนวิธีที่เลือกใช้ในการสอน เมื่อต้องการบูรณาการความรู้จากสองคณะที่มีเนื้อการเรียนที่ต่างกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การมองให้ออกว่าอะไรที่เป็นจุดร่วมเพื่อที่จะได้ไปพร้อมกันและในทางกลับกัน หาว่าอะไรคือจุดต่างเพื่อที่จะได้เอาเนื้อหามาเสริมซึ่งกันและกัน กระบวนวิชาฝั่งคณิตศาสตร์ของอาจารย์นัท จะเป็นการบรรยายที่มีกิจกรรม มีลำดับของเนื้อหา ที่จะต้องมาก่อนมาหลัง ส่วนกระบวนวิชาฝั่งสถาปัตย์ของอาจารย์ภู เริ่มด้วยการออกแบบก่อน ลงชุมชน ลงพื้นที่ วิเคราะห์ไซต์ เริ่มจากอาคารสองมิติ ต่อด้วยการขึ้นเป็นสามมิติจนเกิดเป็นตัวแบบอาคาร อาจารย์นัทชี้ให้เห็นถึงเหตุผลของการรวมกันของสองวิชานี้ว่า หากนักศึกษาทางฝั่งคณิตได้รับโจทย์ที่เป็นโจทย์จริงๆ มาเริ่มต้นเป็นแกนกลาง น่าจะทำให้นักศึกษาเห็นถึงแนวทางการประยุกต์คณิตศาสตร์เข้ามาใช้ในชีวิตจริง เช่นเดียวกับนักศึกษาทางฝั่งสถาปัตย์ก็จะได้แนวคิดทางคณิตศาสตร์ ช่วยปรับรูปทรง ปรับการออกแบบให้สมเหตุสมผลมากขึ้น ซึ่งเมื่อลองวางแผนจัดการเรียนการสอนแล้วก็จะเกิดเป็นเวิร์กช็อป (Workshop) 3 ครั้งที่นักศึกษาจากสองคณะต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน ซึ่งผลจากการเวิร์กช็อปทั้ง 3 ครั้งนี้ทำให้นักศึกษาทั้งสองคณะได้มาเรียนรู้ในสิ่งที่ต่างกัน เช่น นักศึกษาทางฝั่งคณิตก็จะได้ลองใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ ได้ลองตัดโมเดลขึ้นมาจริง ๆ โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักศึกษาสถาปัตย์ ขณะที่นักศึกษา สถาปัตย์ก็จะได้ออกแบบอาคารผ่านตรรกะ สมการ และแนวคิดทางคณิตศาสตร์ แน่นอนว่าผลงานตัวจบจากรายวิชานี้เป็นที่น่าพึงพอใจและชิ้นงานมีความหลากหลายมากขึ้น ข้อจำกัดในการเรียนการสอน อุปสรรคหลัก ๆ ของการบูรณาการ 2 วิชาเข้าด้วยกันคือ เวลาเรียนที่ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจารย์นัทได้แชร์ถึงวิธีการแก้ปัญหานี้ว่า ในช่วงเริ่มต้นคอร์สเรียนให้ตกลงกับนักศึกษาก่อนว่าเทอมนี้เราจะจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เพราะฉะนั้นอาจเหนื่อยนิดหน่อย และอาจมีวันที่ต้องมาเรียนร่วมกัน ซึ่งอาจารย์นัทคิดว่า ถ้าจะให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกไปกับเรียน เราต้องไม่ไปเพิ่มภาระให้นักศึกษา จึงใช้วิธีว่า สัปดาห์ไหนที่มีการจัดบูรณาการ อาจารย์จะยกเลิกคลาสในคาบปกติเพื่อใช้เวลาให้อยู่กับการบูรณาการ พยายามไม่สั่งงานมากเกินไปและให้งานมันจบในห้อง อาจารย์ภูเสริมต่อไปว่า ฝั่งสถาปัตย์ก็เช่นเดียวกัน คือ ยกเลิกเวลาเรียนเดิมในวันที่มีคาบบูรณาการ ซึ่งนักศึกษาฝั่งสถาปัตย์ก็จะดีใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเวลาเรียนลดลง จาก 5 ชั่วโมงเหลือ 3 ชั่วโมง นักศึกษาก็จะกระตือรือร้นมากขึ้น เพราะเมื่อได้สมการเราก็ขึ้นแบบตัวอาคารได้เลย “ผมว่ามันเป็นข้อท้าทายที่ดี แต่เราก็ต้องจัดการการบริหารให้ดีด้วย” อาจารย์นัทพูดยิ้ม ๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการสอน “การสื่อสาร ปกตินักศึกษาสถาปัตย์จะทำงานคนเดียว หนึ่งคนต่อหนึ่งอาคาร การสื่อสารแนวคิดการออกแบบให้นักศึกษาวิทย์เข้าใจว่าคิดอย่างไร ทำไมถึงพล็อตแบบนี้ ขึ้นรูปแบบนี้ ทำให้ได้ฝึกการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สถาปัตย์เมื่อเรียนจบไป ก็ต้องออกแบบร่วมกับฝั่งวิศวกรรม ฝั่งคณิตศาสตร์ เพราะฉะนั้นการมาเจอเพื่อนคนอื่น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน และนักศึกษามีความอ่อนโยนขึ้น มีการสื่อสาร พูดคุยมากขึ้น” อาจารย์ภูเล่า “ผมอยู่ในโลกของคณิตศาสตร์บางทีในแง่ของการไปประยุกต์ หลายคนจะถามว่า เราเรียนคณิตศาสตร์กันเยอะแยะเนี่ย เรียนไปทำไม? เมื่อไปบูรณาการกับโจทย์จริงจะทำให้เขาเห็นภาพชัดเจนเลยว่า เวลาเขาเรียน เขาสามารถนำความรู้ไปต่อยอดได้อย่างไรบ้าง แล้วก็ผมคิดว่าผมได้ชุดความรู้ในเรื่องของการประยุกต์งานด้านคณิตศาสตร์เข้ากับงานด้านสถาปัตย์” อาจารย์นัทเล่า อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่อาจารย์ทั้งสองท่านอยากเห็นจากการบูรณาการวิชาเรียน คือ การเรียนรู้การทำงานด้วยกัน ด้วยธรรมชาติของความแตกต่างระหว่างเด็กวิทย์และเด็กศิลป์ บางครั้งอาจเกิดสื่อสารที่ผิดพลาด ไม่เข้าใจกัน เพราะฉะนั้นอาจารย์จึงคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาจะได้ทำความรู้จักกัน ได้เปิดโลกกว้างมากขึ้น เมื่อนักศึกษาเปิดโลกกว้างมากขึ้น เขาจะเข้าใจคนอื่น ๆ เข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ข้อความถึงอาจารย์ท่านอื่น “บางครั้งเราถูกแบ่งตามคณะมากเกินไป รู้จักแต่ศาสตร์ด้านเดียว ฉะนั้นการเปิดประตูบูรณาการร่วมกันทำให้เราได้เรียนรู้ศาสตร์ วิทยาการอื่น ๆ และได้ความรู้ที่ชัดเจนขึ้น หากอาจารย์ท่านไหนอยากเปิดประตูตัวเอง เห็นความเชื่อมโยงทางความรู้ในวิชาตัวเองกับศาสตร์ไหน สร้างมันขึ้นมาเลย เพราะนี่คือทางออกของมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบัน” อาจารย์ภูเชิญชวน ในช่วงการระบาดของโควิด 19 มีข้อความหนึ่งที่มักจะได้เห็นบ่อย ๆ คือ “ความรู้มีในยูทูป วิดีโอ คอร์สออนไลน์ แล้วมหาวิทยาลัยจะยังคงสำคัญอยู่ไหม” การสร้างคุณค่าให้กับนักศึกษา คือ คำตอบของอาจารย์นัท โดยอาจารย์ได้เสริมต่อไปว่า เมื่อเราเปลี่ยนโจทย์เป็นเราจะให้คุณค่าอะไรกับนักศึกษาของเราบ้าง วิธีการคิดจะเปลี่ยน แล้วเราก็จะได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่นักศึกษาของเรา ก่อนจบการสัมภาษณ์อาจารย์นัทได้ชวนให้อาจารย์ทุกท่านลองหาคำตอบของโจทย์ ‘เราจะให้คุณค่าอะไรกับนักศึกษา นอกเหนือจากการที่เขาจะไปเรียนคอร์สออนไลน์ หรือเรียนทั่ว ๆ ไปในอินเทอร์เน็ต’ ซึ่งทางออก วิธีการและคำตอบของอาจารย์นัทเองก็มีส่วนหนึ่งมาจากทุน TLIC Type C “ขอทุน Type C ไม่ยากจนเกินไป” อาจารย์นัททิ้งท้าย ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://fb.watch/oM9oZT_NsR/ เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU Ed Talks] บทสัมภาษณ์จาก อ.วรลักษณ์ อังศุวรางกูร ผู้ได้รับรางวัล Best Practice Award 2023

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED Talks CMU: 21st Century Learning 2023 | The Change Maker | EP.01 Best Practice Award 2023 หากใครได้ติดตามข่าวคราวของงานประกาศงานรางวัล CMU Ed talks ในปี 2023 คงจะคุ้นเคยกับชื่อ "อาจารย์วรลักษณ์ อังศุวรางกูร" อยู่ไม่น้อย เนื่องจากอาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ท่านนี้เป็นเจ้าของรางวัล Best Practice Award 2023 ด้าน Outcome-based learning design (OBE) ที่นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 นี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ทาง TLIC ได้สัมภาษณ์อาจารย์แบบสุด Exclusive จึงไม่พลาดที่จะขอให้อาจารย์มา ไขข้อสงสัย และแชร์เทคนิค เคล็ดลับเด็ดอะไรที่ทำให้การเรียนการสอนในห้องสนุกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แรงบันดาลใจในการพัฒนาการเรียนรู้ อาจารย์เริ่มเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจที่อยากจะพัฒนาการจัดการเรียนรู้ว่า พื้นฐานเดิมเป็นคนที่มีความสนใจในเทคโนโลยี จึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้การสอนในกระบวนวิชา 211445 Flavor and Fragrance สารให้กลิ่น รส และน้ำหอม ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพึงพอใจเพราะนักศึกษาสนุกกับการเรียนมากยิ่งขึ้น “จำได้เลยค่ะปีแรกที่นำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ นักศึกษาตื่นตา ตื่นใจมาก ดั้งนั้นจึงเกิดแรงกระตุ้นที่จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ กับทุกวิชาที่สอนเลย” อาจารย์พูดยิ้ม ๆ กระบวนวิธีที่เลือกใช้ในการสอน วิธีการหลัก ๆ ที่นำมาใช้ในการสอนคือ Outcome-based learning design (OBE) เป็นการสอนที่กำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะให้เกิดขึ้น Course learning outcome (CLO) แล้วจึงหาค่อยหาวิธีการและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เนื่องจากเพื่อให้เป้าหมายที่วางไว้ประสบความสำเร็จ และด้วยปัจจุบันความสามารถของเทคโนโลยีที่หลากลาย จึงสามารถนำมาเป็นเครื่องมือกระตุ้น เพิ่มความสะดวก รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งวิธีการ OBE นี้ถือเป็นวิธีการสอนแบบย้อนศร (Backward design) อาจารย์ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ อย่าง CLO ที่ 1 จากกระบวนวิชา 211445 ผลลัพธ์ที่ต้องการ คือ นักศึกษาสามารถจำแนกและแบ่งกลุ่มสารให้กลิ่นรสจากปฏิกิริยาความร้อน ดังนั้นจึงเลือกวิธีการ คือ สร้าง Flash card และกิจกรรม Game quiz ไม่เพียงเท่านั้น ในกระบวนวิชานี้อาจารย์ยังให้นักศึกษาได้ Role play และประยุกต์ใช้ระบบ Metaverse ในจัดนิทรรศการออนไลน์ (Showcase) เมื่อสรุปสั้น ๆ Outcome-based learning คือการสอนที่กำหนด Output ตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงเป็นการเรียนการสอนที่เน้นกิจกรรมในชั้นเรียน เวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนวณ และจัดสรรให้เหมาะสม อีกทั้งต้องมีวิธีการประเมินที่เหมาะสม เช่น อาจประเมินตามสภาพจริง หรือ Rubrics Scoring สิ่งที่อยากพัฒนาในการสอนต่อไป ในเทอมถัดไป อาจารย์วางแผนที่จะนำความเห็นจากนักศึกษามาปรับใช้เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการย่อยงาน Assignment ที่ไม่สำคัญให้น้อยลง เนื่องจากได้รับเสียงสะท้อนว่างานค่อนข้างเยอะ ไม่เพียงเท่านั้น ยังปรับให้ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น และปรับคะแนนบางส่วนให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่ต้องใช้ไปกับชิ้นงาน ข้อความถึงอาจารย์ท่านอื่น แม้ว่าหลายครั้ง ผู้สอนมักจะมีข้อกังวลว่า หากเป็นชั้นเรียนขนาดใหญ่จะไม่สามารถทำกิจกรรมได้อย่างชั้นเรียนขนาดเล็ก ซึ่งอาจารย์เองก็ได้ให้ความในประเด็นนี้ว่า กิจกรรมย่อยบางอย่างจะทำได้ง่ายกว่า อย่าง Think-Pair-Share (TPS) หรือ อาจเป็นการเล่นเกมในห้อง ตอบคำถาม จับคู่คำศัพท์ และแน่นอนว่า.. เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้เป็นเกม นักศึกษาจะรู้สึกสนุกไปกับเนื้อหาการสอน สามารถจดจำคำศัพท์ได้โดยไม่ต้องบังคับให้จำ ดังนั้นต่อให้เป็นชั้นเรียนขนาดใหญ่ก็ไม่เป็นปัญหา เพียงแต่ต้องหาสื่อการสอนที่เหมาะสม “เมื่อก่อนอาจต้องใช้ปากกา กระดาษ แต่ตอนนี้ทุกอย่างอยู่บนแอปพลิเคชัน นักศึกษาทุกคนสามารถเข้าถึงได้ คำตอบที่เขาส่งมาก็สามารถนำขึ้นจอ แชร์ให้คนอื่นได้เห็นไปพร้อม ๆ (เทคโนโลยี) ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนวิชาได้มากยิ่งขึ้น” อาจารย์ทิ้งท้าย ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://fb.watch/oluIMQTNBi/ เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU ED Talks] บทสัมภาษณ์จาก ผศ.ดร. วัชรพงศ์ และ ผศ.ดร. ทฤษฎี ผู้พิชิตรางวัล Distinguished Educator

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED Talks CMU: 21st Century Learning 2023 | The Change Maker | EP.02 Distinguished Educator Award 2023 ร่วมไขความลับ...กว่าจะเป็นอาจารย์ต้นแบบแถวหน้าของ มช. ไปพร้อม ๆ กับ CMU Ed talks ปี 2023 จากการสัมภาษณ์อาจารย์ต้นแบบปีล่าสุด ได้แก่ ผศ.ดร. วัชรพงศ์ นรพัลลภ และ ผศ. ดร. ทฤษฎี คำหล่อ จากภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น้ำ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้รับรางวัล Distinguished Educator 2023 จากการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบยกระดับด้วยเทคนิค Active ICT และ โครงงาน plus แรงบันดาลใจในการพัฒนาการเรียนรู้ อาจารย์ทั้งสองท่านเล่าว่าต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 โดยต้องการให้นักศึกษามีความสุขกับการเรียน เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น ผศ.ดร.วัชรพงศ์ซึ่งประสบความสำเร็จในการใช้ ระบบ AIPL ในการจัดการการเรียนการสอนจนได้รับรางวัล Best Practice Award 2020 ท่านจึงได้เกิดไอเดียที่จะพัฒนาและต่อยอดระบบ AIPL สู่ระบบ AIPL+ ซึ่งมีการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเสริมสร้างในการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาใช้ในคลาสเรียนที่มีความหลากหลายและมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ท่านจึงได้ชักชวน ผศ.ดร.ทฤษฎี ซึ่งมีคลาสเรียนที่มีขนาดใหญ่และมีความหลากหลายของนักศึกษาในคลาสมาร่วมกันพัฒนาการเรียนการสอนโดยระบบ AIPL+ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและบูรณาการการเรียนของนักศึกษาให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น กระบวนวิธีที่เลือกใช้ในการสอน อาจารย์ทั้งสองท่านได้เลือกใช้วิธีการเรียนการสอนในลักษณะที่เป็น Flipped Classroom โดยเพิ่มการเรียนรู้แบบ Asynchronous Learning และ กิจกรรม AIPL+ ซึ่งมีการใช้ Active learning ICT Base และ Project Base Learning มาผสมผสานกัน รูปแบบการเรียนการสอนในกระบวนวิชานี้จึงประกอบด้วย 4 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้ คลิปวิดีโอการสอนที่ผู้สอนบันทึกการสอนไว้ล่วงหน้า สร้าง Interactive Video โดยการสอดแทรกคำถามในระหว่างคลิปวิดีโอ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ โดยคำถามเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับเนื้อหาในคลิปวิดีโอในแต่ละบทเรียน สร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้เปลี่ยนบทบาทจากผู้เรียนมาเป็นผู้ให้และแบ่งปันความรู้แทนที่ โดยให้นักศึกษาแต่ละคนได้ทำ Mind Map ขนาดใหญ่ของแต่ละบทเพื่อแชร์ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้เรียนมาในแต่ละบทร่วมกัน และการทำแผ่นพับให้ความรู้ สร้างบอร์ดเกมเพื่อเผยแพร่ความรู้สู่นอกคลาสเรียน โดยบอร์ดเกมผู้สอนได้ให้นักศึกษาร่วมกันประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอนและประสบการณ์จริงมาออกแบบและจัดทำบอร์ดเกมความรู้เกี่ยวกับสัตว์ สิ่งที่ได้จากการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน อาจารย์ทั้งสองท่านกล่าวว่าได้รับประโยชน์มากมายจากการพัฒนาการเรียนการสอนในครั้งนี้ โดยสิ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด คือการได้เห็นนักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข มีศักยภาพในการบูรณาการความรู้และทักษะต่างๆ ที่ได้รับจากกิจกรรมต่างๆ มาใช้ในชิ้นงาน และยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักศึกษา เนื่องจากนักศึกษามีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนการสอนนี้เป็นอย่างมาก โดยให้คะแนนสูงถึง 84% เมื่อเทียบกับรูปแบบการเรียนแบบเดิม อีกทั้งอาจารย์ผู้สอนเองยังได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ อาจารย์ทั้งสองท่านยังได้รับทราบถึงข้อจำกัดบางประการที่ต้องปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาในการจัดการการเรียนรู้ในปีการศึกษาต่อ ๆ ไป เช่น นักศึกษาบางส่วนอาจไม่ทันเวลาหรือขาดความสนใจในการทำกิจกรรม การขาดระบบติดตามผลว่านักศึกษาได้ดูคลิปวิดีโอครบถ้วนหรือไม่ เป็นต้น อาจารย์ทั้งสองท่านจึงได้แก้ปัญหาด้วยการแจ้งเตือนนักศึกษาอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ เช่น MS Team นอกจากนี้ ยังได้แบ่งกิจกรรมออกเป็นช่วงๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถแบ่งเวลาทำกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ส่วนการติดตามการเรียนรู้ของนักศึกษา อาจารย์ทั้งสองท่านก็มีแผนที่จะพัฒนาสู่ระบบ AIPL Pro Max ซึ่งมีระบบติดตามผลว่านักศึกษาได้ดูคลิปวิดีโอครบถ้วนหรือไม่ โดยเพิ่มระบบฟอร์มเข้าไปเพื่อเก็บข้อมูลการเข้าชมคลิปวิดีโอของนักศึกษา อยากฝากอะไรให้กับอาจารย์ท่านอื่นที่อยากพัฒนาการเรียนการสอน อาจารย์ทั้งสองท่านได้ฝากคำแนะนำสำหรับอาจารย์ท่านอื่นที่อยากพัฒนาการเรียนรู้ว่า อย่ากลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เพราะการเรียนรู้จากการลงมือทำจริงนั้น จะช่วยให้เข้าใจถึงแนวทางการจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการขอทุนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอาจารย์ที่จะได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งทาง TLIC ก็ได้มีโครงการทุนต่าง ๆ ในการสนับสนุนและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ นอกจากนี้ อาจารย์ควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนที่จะเริ่มทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและประสิทธิผลตามที่ต้องการ โดยควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น เป้าหมายของโครงการ ทรัพยากรที่จำเป็น และระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นต้น และที่สำคัญอาจารย์ควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของโครงการ เช่น ระดับความพึงพอใจของนักศึกษา ประสิทธิภาพของการเรียนรู้ และประสิทธิผลของการสอน เพราะเมื่อนักศึกษามีความสุขกับการเรียนรู้ ก็จะทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://fb.watch/oluVyWIdhx/ เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับพันธมิตร เปิดตัว “ห้องเรียนอัจฉริยะ 5G” เสริมศักยภาพการศึกษาในภาคเหนือ

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวโครงการ “ห้องเรียนอัจฉริยะ 5G” และโซลูชันเทคโนโลยีเครือข่ายและการเรียนรู้ทางไกลภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน เชื่อมต่อการเรียนการสอนใน ม. เชียงใหม่ เข้ากับวิทยาเขต แม่เหี่ยะ เข้าด้วยกัน เพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนให้แก่คณาจารย์ และคุณภาพของประสบการณ์เรียนรู้ให้แก่เหล่านิสิตนักศึกษาเชียงใหม่ เพื่อขยายผลเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการขยายผลสู่สถาบันการศึกษาไทยแห่งอื่น ๆ ในอนาคต โดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันเพื่อสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart classroom) และห้องเรียนทางไกล (Remote classroom) เพื่อใช้เป็นการนำร่องสำหรับทดสอบใช้งานจริงในการเรียนการสอนของทางมหาวิทยาลัยในภาคเรียนที่สองนี้ โดยจะประยุกต์ใช้จุดเด่นด้านความเร็วการเชื่อมต่อของโครงข่าย 5G ของ AIS และเครือข่ายไฟเบอร์บรอดแบนด์ รวมกับโซลูชัน Huawei IdeaHub และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ULearning รวมถึงกล้องแบบ Tracking Camera เพื่อให้อาจารย์และนักเรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้มากขึ้นทั้งในห้องเรียนแบบออฟไลน์และออนไลน์ เช่น การถามตอบโจทย์คำถามต่างๆจากอาจารย์ การทำงานและประชุมกลุ่มย่อยในห้องเรียน การแชร์หน้าจอนำเสนองานได้อย่างหลากหลาย กล้องวิดีโอวงจรปิดแบบติดตามอัจฉริยะ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และซูมเข้าใกล้ ทั้งผู้สอนและนักเรียนที่ถามตอบในห้องเรียน รวมทั้งการเชื่อมต่อห้องเรียนทางไกลกับทางวิทยาเขต แม่เหี่ยะ เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในภาพรวม และหากผลลัพธ์ออกมาดีก็จะมีการวางแผนต่อยอดเพื่อประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีห้องเรียนอัจฉริยะในคณะอื่นๆและสถาบันการศึกษาแห่งอื่น ๆ ต่อไป ด้านอาจารย์ ดร. อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการ ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Teaching and Learning Innovation Center, TLIC) ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "ผมต้องขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกฝ่ายที่ร่วมออกแบบ และติดตั้งโซลูชันห้องเรียนอัจฉริยะ 5G เพื่อการทดลองและวิจัย รวมถึงเพื่อยกระดับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ขณะนี้ได้มีคณะอาจารย์จากหลากหลายคณะและหลากหลายสาขาวิชา ได้ทำการสมัครเพื่อแสดงความสนใจและจองเวลาสำหรับการใช้ในการเรียนการสอนจริงกับนักเรียนในภาคเรียนที่สองนี้ หลังการใช้งานในภาคเรียนที่สอง เราจะได้รับข้อเสนอแนะจากอาจารย์และนักเรียนผู้ได้ลองใช้งานจริง เพื่อพัฒนาโซลูชันและขยายผลการใช้งานต่อไป" โครงการนื้ถือเป็นโครงการต่อยอดเพื่อทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็น 5G แซนด์บ๊อกซ์และศูนย์กลางด้านการศึกษาที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ต่อยอดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะในภาคสาธารณสุข ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็อาจขยายผลเพื่อใช้เป็นตัวอย่างความสำเร็จในการขยายผลสู่สถาบันการศึกษาไทยแห่งอื่น ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ

  • เริ่มแล้ว! มช.ผลักดันการเรียนรู้ด้วย "Generative AI"

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เฟ้นหาอาจารย์รุ่นใหม่ทดลองใช้ ระบบอัจฉริยะในการจัดการเรียนรู้ ภาคการศึกษาที่ 2/2566 นี้ ! เมื่อสิบปีที่แล้ว ถ้าพูดว่า มีระบบที่สามารถค้นหาเรียบเรียงคำตอบออกมาเป็นบทความที่มีเนื้อความและภาษาที่สละสลวย ราวกับเป็นผลงานเขียนของมนุษย์ คงฟังดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้... แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา สิ่งที่คนกำลังพูดถึงกันมากขึ้นคือ เทคโนโลยี Generative AI หรือปัญญาประดิษฐ์แขนงนึงของ AI : Artificial Intelligence (AI) ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะในการสร้างเนื้อหาใหม่จากชุดข้อมูลเดิม ด้วยอัลกอริทึมที่มีโมเดลเฉพาะต่างๆ ตามที่มีการออกแบบต่างกัน  มีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ วิดีโอ เสียง ข้อความ โมเดลสามมิติ และอื่น ๆ และในแวดวงการศึกษาทุกวันนี้ มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอน ไม่ว่าจะเป็น การช่วยวางแผนการเรียนการสอน สร้างแบบทดสอบ สร้างสื่อ หรือภาพเคลื่อนไหวประกอบการเรียนการสอน ใช้เป็นเครื่องมือในการวัดและประเมินผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) ได้เล็งเห็นถึงอนาคตของการจัดการเรียนรู้ ที่จะมีเทคโนโลยีอย่าง Generative AI เข้ามาช่วยในกระบวนต่างๆ ของอาจารย์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยเมื่อวันที่  6 พฤศจิกายน 66 ที่ผ่านมา ได้จัดกิจกรรม “Workshop ปรับการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วย Generative AI” โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต (รองอธิการบดี ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล) ได้มอบนโยบาย และอัพเดทเทรนด์ด้านเทคโนโลยีการศึกษาในยุคปัจจุบันที่ AI กำลังมีบทบาทในด้านการจัดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมดังกล่าวได้เชิญอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ รศ.ดร. สิริวุฒิ บูรณพิร อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ในการใช้ Generative AI อย่าง ChatGPT4 ที่มาให้ความรู้ด้าน AI แก่อาจารย์ผู้เข้าอบรม  โดยให้อาจารย์ผู้เข้าร่วมอบรมได้ฝึกใช้ ChatGPT4 ในการให้AI มีส่วนช่วยผู้สอนในด้านต่างๆ เช่น การใช้ AI สร้างแบบฝึกหัด ออกแบบรูปแบบการเรียนรู้ ออกข้อสอบหรือตั้งคำถามท้ายหน่วยการเรียน ออกแบบ Rubrics ในการวัดผลประเมินสัมฤทธิ์การเรียนรู้ ..ทั้งนี้มีอาจารย์ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 ท่าน และมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 40 เท่านั้น ภาพกิจกรรม “Workshop ปรับการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วย Generative AI” ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 นอกจากนี้ อ.ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ ยังได้กล่าวถึงการปรับตัวของอาจารย์ยุคใหม่ที่ใช้  AI เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้และได้ เปิดตัวทุน Generative AI เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแนวทาง "การจัดการเรียนรู้" และ "การพัฒนาอาจารย์" เพื่อจัดการเรียนรู้ที่มี AI (โดยเฉพาะ Large Language Model; LLM) เป็นเครื่องมือ โดยสนับสนุนทุนแก่อาจารย์ สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ในการใช้งาน Generative AI เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ และเสริมสร้างการเรียนรู้ของผู้เรียนในการนำ AI มาใช้ในการเรียนหรือการสอบอย่างเหมาะสม โดยโครงการประสงค์ให้อาจารย์ผู้ยื่นขอทุนออกแบบการเรียนรู้ที่บรูณาการ AI ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น พัฒนากิจกรรมเดิม - ปรับกิจกรรมการเรียนรู้ สร้างกิจกรรมใหม่ - สร้างกิจกรรมหรือวิธีการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่ใช้ AI เป็นกลไกสำคัญ การวัดและประเมินผล - พัฒนาแนวทางการใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ในการวัดและประเมินผล อื่นๆ - พัฒนาแนวทางอื่นที่ส่งเสริมการใช้ AI กับนักศึกษาเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ได้ดีขึ้น โครงการทุนดังกล่าวฯ ได้เปิดรับสมัครอาจารย์ที่มีวิชา/กลุ่มทดสอบ ในภาคการศึกษาที่ 2/2566 ได้นำไปจัดการเรียนรู้โดยมีระยะเวลา 3 เดือน (มกราคม-มีนาคม 67) และนำผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบมาเผยแพร่ในรูปแบบบทความเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Show & Share สำหรับผู้ที่ได้รับทุนและผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการใช้ Generative AI ในการจัดการเรียนรู้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2567 เพื่อพิสูจน์ว่าการใช้ระบบอัจฉริยะเหล่านี้ สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนและมีส่วนช่วยในการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนและผู้สอนได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ… สิ่งสำคัญคือ "ต้องสร้างสมดุลระหว่างการใช้ AI และบทบาทของผู้สอนที่เป็นมนุษย์ แม้ว่า AI จะสามารถให้ความช่วยเหลืออันมีคุณค่าได้ แต่ก็ไม่สามารถแทนที่ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ที่นำมาสู่ห้องเรียนได้" ผู้สอนมีบทบาทสำคัญในการแนะนำผู้เรียน ส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ดังนั้น อนาคตของการศึกษาจึงอยู่ที่แนวทางการทำงานร่วมกัน โดยที่ AI ทำงานร่วมกับผู้สอนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมมากขึ้น สามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมการสมัครทุนได้ที่ ทุน AI New! | TLIC (cmu.ac.th)

  • ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ

    วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 09.00 - 11.00 อาจารย์ ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครา ประโยชน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ คณะวิทยศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และคณะ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนการสอนและการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ 21 ในด้านห้องเรียน "อัจฉริยะ" Smart classroom และการพัฒนาระบบและจัดการระบบ LMS หากหน่วยงานของท่าน มีความสนใจในการศึกษาดูงาน สามารถกรอกข้อมูลใน แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์ขอเข้าศึกษาดูงาน ศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) ได้ที่.. https://forms.office.com/r/w7BV0MBUWf หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @tliccmu TLIC ทำอะไร? ตอบโจทย์ในการดูงานของท่านหรือไม่? สามารถดูผลงานของเราได้ที่ https://www.info.tlic.cmu.ac.th/what-we-do

  • ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

    วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 เวลา 09.00 - 11.00 น. อาจารย์ ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เอกพรรณ ธัญญาวินิชกุล ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศและคณะ จากสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เรื่อง การปรับตัวของงานเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อรองรับการสนับสนุนการเรียนการสอนและมุมมองใหม่ โดยมีหัวข้อในการศึกษาดูงานดังนี้ - Outcome-based Education การเรียนการสอนเน้นผลลัพธ์ - สมรรถนะอาจารย์ - วิธีปรับการเรียนการสอนระดับองค์กร - การปรับตัวของงานเทคโนโลยีการศึกษา - ออกแบบประสบการณ์การสอนสำหรับอาจารย์ - การสร้างต้นแบบ ห้อง EZ Studio, EZ Active Classroom หากหน่วยงานของท่าน มีความสนใจในการศึกษาดูงาน สามารถแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านต้องการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @tliccmu TLIC ทำอะไร? ตอบโจทย์ในการดูงานของท่านหรือไม่? สามารถดูผลงานของเราได้ที่ https://www.info.tlic.cmu.ac.th/what-we-do

bottom of page