top of page

SEARCH RESULTS

พบผลการค้นหา 83 รายการ

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดยอาจารย์ ดร.ปริยานุช วุฒิ ชูปะดิษฐ์ – รางวัลรายวิชาออนไลน์ MOOC ยอดนิยม

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของ รางวัลรายวิชาออนไลน์ MOOC ยอดนิยม อาจารย์ ดร.ปริยานุช วุฒิ ชูปะดิษฐ์ จากคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมกับการแชร์ประสบการณ์ทำโครงการพัฒนารายวิชา สื่อ ข้อสอบ สำหรับการเรียนการสอนในระบบเปิด (MOOC)             อาจารย์เริ่มเล่าถึงครั้งแรกที่ถูกชวนให้มาทำ MOOC ว่าตอนนั้นอาจารย์ยังมองเพดาน มองฟ้าพร้อมถามว่า MOOC คืออะไร ซึ่งไม่มีใครตอบเราได้ จึงนำตัวเองเข้าไปในระบบแพลตฟอร์ม MOOC online เพื่อทำความรู้จักว่าเขาเรียนกันอย่างไร มีหน้าตาอย่างไร สุดท้ายแล้วรับรู้ว่านี่คือ ช่องทางแห่งการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่ทรงสมรรถนะมาก ก่อนตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าอยากทำ MOOC phrase 1 อดีตที่ผ่านมาเคยได้ยินนักการสื่อสารท่านหนึ่งพูดว่า Disruptive ยุค Disruption จะเกิดขึ้นจริง ๆ หรอ อดีจอาจารย์ไม่เคยเชื่อ หากแต่ในวันนี้มันเกิดขึ้นจริง ๆ ผู้คนสามารถใช้งาน zoom ได้ภายในหนึ่งคืน โดยสิ่งนี้มันทำให้เห็นว่าการเรียนรู้รูปแบบใหม่ก่อให้เกิด ผู้เรียนที่ดีตลอดเวลา ดังนั้นอาจารย์จึงต้องคิดถึงกระบวนวิชาที่จะ ตอบโจทย์มหาชน (Massive) เพราะต้องเป็นสิ่งที่คนอยากเรียน อาจารย์จึงตัดสินใจเลือก เรื่องที่ตัวเองถนัดทั้งสิ้น 3 รายวิชา ดังนี้ เทคนิคการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงตลอด 5 สัปดาห์ที่เปิดสอนได้รับเสียงตอบรับกว่า 200 คน ซึ่งก็ถือว่าสำเร็จมาก ๆ เนื่องจากขณะนั้นอาจารย์ยังไม่ได้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเพียงแค่อาจารย์พิเศษส จิตวิทยาประยุกต์ในการทำงาน เริ่มมีกระแสของความเจ็บป่วย เรื่องของจิตใจ เรื่องของพลัง การรู้สึกภาวะหมดไฟในการทำงาน จนผู้เรียนใน 5 สัปดาห์แรก ขยับขึ้นมาเป็น 800 กว่าคน การพัฒนาบุคลิกภาพ (เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรภาครัฐ) ซึ่งในรายวิชานี้มีผู้เรียนกว่า 2,000 คน     แต่ สิ่งสำคัญของครูที่อยู่ในระบบ MOOC คือ การเป็น instructor design ที่ดี ทำอย่างไรให้ภาพในหัวออกมาได้อย่างประสบความสำเร็จ และการทำให้ MOOC ประสบความสำเร็จอีกประการหนึ่ง คือ เราต้องมีสมรรถนะบางเรื่องเป็นของตัวเอง ในช่วงแรกอาจารย์จึงนำตัวเองเข้าไปเรียนในระบบ EdX เพื่อให้ทราบว่าเราควรแต่งห้องเรียนอย่างไร วางกระดานไว้ส่วนไหน ไม่เพียงเท่านั้นอาจารย์ยังนำตัวเองไปเรียนในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพิ่มเติม แล้วจึงปรับปรุงคอร์สเรียนของตัวเองเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสอนใน CMU MOOC คือ การสร้างความผูกพัน เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้เราจะไม่เจอนักเรียนของเราเลย นักเรียนของเราอาจมีตั้งแต่อายุ 17-72 ซึ่งกว้างมาก ๆ ดังนั้นโจทย์คือ เราจะทำอย่างไรให้สื่อสารกับทุกคนได้ สิ่งสำคัญจึงต้องสร้างความผูกพันกับนักเรียนผ่านช่องทางที่เราสร้างขึ้น อย่างการสร้างเฟซบุ๊กแฟนเพจ รวมถึงเราต้องผูกพันกับห้องสอน เพื่อให้ดูสวยขึ้น ดูน่าเรียน หรือบางหลักสูตรต้องกระตุ้นเร้าให้อยากเรียน เราก็จะไปปรับห้องเรียนของเราเรื่อย ๆ มีกระบวนการสื่อสารอยู่ในนั้นตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุด การดีไซน์งานของเราให้เหมือนกับที่เราคาดหวัง คือ การสร้างเข้าร่วมมือกับทีมงานของเรา เพราะการสอนใน MOOC นั้นจำเป็นที่จะต้องใช้ทีมงานในการดูแลระบบ รวมถึงทีมงานโปรดักส์ชั่น ที่คอยดูแลเรื่องการสร้างสื่อ อยากให้อาจารย์ทุกคนเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนการสอนรูปแบบใหม่ หรือตามปรัชญาของนักศึกษาศึกษาศาสตร์ที่เรามองการสอนในรูปแบบนี้ว่าเป็นศาสตร์การสอนแบบใหม่ และขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ทุกท่านอย่าล้มเลิกความตั้งใจ เพราะทุกวันคือการพัฒนา วันนี้เราทำได้หนึ่งขั้น พรุ่งนี้ก็จะได้อีกหนึ่งขั้น ต่อไป และหากใครสงสัยในการสอนของเรา สิ่งที่อาจารย์อยากบอกอาจารย์ทุก ๆ ท่าน ในฐานะของอาจารย์เป็นอาจารย์คนหนึ่งในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่อาจารย์ที่ไปสร้างครู ก็มักจะบอกกับนักศึกาตัวเองอยู่เสมอว่า ‘เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครเราสามารถมีเอกลักษณ์ของเราเองได้ และก้าวอย่างประสบความสำเร็จได้’ ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=p1OXh7MKFBI&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=12 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • เรียนรู้แบบ Active Learning : กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.3 โลกการศึกษาไม่เคยหยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอ การสอนแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอสำหรับโลกยุคใหม่ อาจารย์ชลันดา จันทร์โทน จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ซึ่งได้รับรางวัล Exemplary Award ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 นี้ ในรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.3 ทุน Type A Active Learning: จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง อาจารย์ชลันดา เริ่มต้นการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยทุน Type A active learning โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการเรียนการสอนในรายวิชา "บทนำสู่วิชาชีพกิจกรรมบำบัด" ผ่านรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง แทนการท่องจำแบบ Passive Learning หัวใจสำคัญของ Active Learnin g อาจารย์ชลันดามุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ซึ่งต่างจาก Passive Learning ที่เน้นการฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว Active Learning ได้กระตุ้นให้นักศึกษาคิดวิเคราะห์ ทำงานเป็นทีม สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรมหลากหลายในห้องเรียน ผสมผสานกับ อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริม Creative thinking, critical thinking, collaboration และ communication skills ร่วมกับการใช้ ICT ซึ่งสอดรับกับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 กระบวนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการสอนของอาจารย์ชลันดา ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ การเตรียมการสอนอย่างรอบคอบ : จะออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning การถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะ : อาจารย์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ที่สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้ออำนวยให้ห้องเรียนที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษากล้าแสดงออก แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานร่วมกัน การประเมินผล : เน้นการประเมินแบบองค์รวม พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ สื่อสาร และทำงานเป็นทีม ผลลัพธ์ที่ได้ "เกินคุ้ม" จากการนำ Active Learning มาใช้ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ "ดี" แต่ "เกินคุ้ม" ดังนี้ ทักษะการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลดีขึ้น นักศึกษาสามารถคิดวิเคราะห์ ตีความ ประเมินข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคโนโลยีและสารสนเทศ นักศึกษานำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ คิดสร้างสรรค์ผลงานใหม่ คณาจารย์และนักศึกษาสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน MS Teams ซึ่งใช้เป็น Learning Management System อุปสรรคมี แต่ "เอาชนะได้" การเปลี่ยนแปลงย่อมมีอุปสรรค เช่น นักศึกษาบางคนอาจไม่คุ้นเคยกับ Activities-based learning และ MS Teams ในช่วงแรก แต่ด้วยความร่วมมือจาก TLIC CMU และความพยายามของคณาจารย์ ทำให้อุปสรรคที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขและขจัดออกไปได้ Active Learning เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยไขประตูสู่อนาคตแห่งการศึกษา ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 และสร้างผลลัพธ์ที่ "เกินคุ้ม" ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีอุปสรรค แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือจากทุกฝ่าย  Active Learning จะเป็นพลังขับเคลื่อนให้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ดำเนินไปอย่างมั่นคง “Active Learning ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิภาพต่อการจัดการเรียนการสอนมากกว่าการเรียนรู้แบบ Passive Learning” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/1Jwc1kUbOAs?si=H8BOw-GRV-f74L0R    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย อาจารย์ รวิศ ทัศคร - รางวัล Exemplary Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของรางวัล Exemplary Award อีกหนึ่งท่าน ซึ่งได้รับรางวัลจากวิธีการสอนในกระบวนวิชา 601341 Fundamental food engineering 1 อาจารย์ รวิศ ทัศคร จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 อาจารย์ รวิศ ทัศคร จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร เจ้าของรางวัล Exemplary Award อาจารย์เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงวิชานี้ว่า เป็นวิชาคำนวณ ดังนั้นจึงจะต้องใช้สื่อหลาย ๆ อย่าง เพื่อที่ให้สอนวิชาคำนวณเกิดประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของวิชาคำนวณ ปัญหาหลัก ๆ ที่พบ คือ นักศึกษามักจะมองว่าเป็นวิชาที่ยาก และถนัดท่องจำมากกว่าคำนวณ แม้ว่าในความเป็นจริง วิชานี้มีส่วนที่เป็นเนื้อหาจำและเนื้อคำนวณครึ่งต่อครึ่ง อีกหนึ่งปัญหาที่พบ คือ จำนวนจักศึกษาลดลงทุก ๆ ปี ดังนั้นอาจารย์จะต้องทำอย่างไรก็ได้ เพื่อผลักดันให้นักศึกษามีคุณภาพดีขึ้น โดยเมื่อลองระบุปัญหาที่พบจากการเรียนการสอนในอดีตมีดังนี้ เวลาการบรรยายไม่พอเพียงต่อเนื้อหา สื่อการเรียนการสอนไม่ดึงดูดความสนใจผู้เรียน นักศึกษายังทำความเข้าใจเนื้อหาไม่ทันและต้องการฟังซ้ำ นักศึกษาขาดทักษะในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาโจทย์คำนวณ นักศึกษาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นในห้องเรียนและช่องทางติดต่อผู้สอนไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อาจารย์จึงตัดสินใจจัดการเรียนการสอนแบบ Flipped classroom หรือการเรียนรู้กลับด้าน ผ่าน Showme ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของเหล่าผู้สอนทั่วโลก ไม่เพียงแค่นักเรียนเราที่สามารถเข้ามาดู แต่รวมถึงนักศึกษาจากต่างประเทศที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ ภายในเว็บไซต์สามารถกดติดตามหรือคอมเม้นได้เหมือนเฟซบุ๊ก ซึ่งเมื่ออัพโหลดวิดีโอลงไป ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลด และนำไปใช้ร่วม OBS studio ทำให้สามารถเขียนบนคลิปวิดีโอได้และใช้เป็นสื่อการสอน หลังจากนั้นจึงแปลงให้เป็น QR code เพื่อเพิ่มลงในเอกสารประกอบการเรียนของบทนั้น ๆ รวมถึงอาจารย์ยังได้ใช้ Zipgrade แอปพลิเคชั่นสำหรับตรวจข้อสอบ ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรมีกฎอย่างหนึ่งว่า หากอาจารย์ท่านใดส่งเกรดช้า อาจารย์ท่านนั้นต้องเป็นเจ้ามือในการเลี้ยงพิซซ่า ซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้จะทำให้การตรวจข้อสอบง่ายและเร็วมากยิ่งขึ้น โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นกระดาษคำตอบแบบ 20 50 หรือ 100 ข้อ ใช้เทคนิค Green Screen บนโปรแกรม OBS Studio เพื่อให้สามารถเปลี่ยนฉากหลังต่าง ๆ ไม่ให้สื่อมีความน่าเบื่อ และเข้ากับเนื้อหาในแต่ละบท เป้าหมายอย่างหนึ่งที่ใช้เทคนิคนี้ เพราะอาจารย์มีความเชื่อว่าการทำสื่อการสอนไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป อีกทั้งยังใช้ Lightboard ในการดึงดูดความสนใจของนักศึกษาสนใจ ขั้นตอนการเรียนรู้แบบ Flipped classroom กลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน อ่านหรือฟังคลิป : อ่านเอกสารประกอบการสอน และฟังคลิปสอนออนไลน์ที่เตรียมไว้ ออนไลน์ : ทำการทดสอบรายบุคคล Pre-test (สามารถใช้งานผ่าน KC-Moodle) ทำโจทย์ในห้อง : หลังจากทำข้อสอบรายบุคคล Pre-test แล้ว เมื่อจบชั้นเรียนจึงนำโจทย์นั้นมาทำในห้องอีกครั้ง ในส่วนของกิจกรรมกลุ่ม (Team based learning) อาจารย์ได้ใช้หลักการ 4S problem นั้นคือ Same problem ทุก ๆ กลุ่มจะได้รับโจทย์เดียวกัน Significant problem ปัญหาสำคัญ ไม่ยาก ไม่ง่ายเกินจนไป โดยส่วนมากจะเป็นปัญหาที่อาจประสบได้ในสภาพการทำงานจริงในโรงงาน (real world problem) Specific choice นักศึกษาจะต้องเลือกคำตอบทางแก้ปัญหามาเพียงคำตอบเดียวหลังมีปรึกษากันและคำนวณ Simultaneously reporting back รายงานผลทันทีพร้อมกันทุกกลุ่ม โดยมีอาจารย์ช่วยกำกับโดยให้ถามกันเองว่า ทำไมเลือกคำตอบนี้ ซึ่งเป็นการฝึกให้นักศึกษามีการคิดเชิงวิพากษ์โดยใช้วิจารณญาณ ผลจาการเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน กราฟแสดงคะแนน โดยสีฟ้าคือคะแนนก่อนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอน และสีส้มคือคะแนนหลังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอน จากการเปลี่ยนรูปแบบการสอน พบว่าโดยรวมนักศึกษามีคะแนนเพิ่มมากขึ้น และผลจากการที่นักศึกษาประเมินตัวเอง คือ ภาพรวมคะแนนโอเค หากแต่ยังมีข้อบกพร่องเรื่องการปรับไปใช้ในชีวิตจริง ดังนั้นแผนต่อไปสำหรับวิชานี้ คือ การเชื่อมโยงบูรณาวิชานี้เข้ากับวิชาอื่น ๆ เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจถึงการปรับไปใช้ในชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น และอาจทำการทดสอบรายบุคคล ผ่าน KC-Moodle มากยิ่งขึ้น อาจารย์ปิดท้ายการบรรยายด้วยคำพูดของ Paul Halmos ที่ว่า ‘ทางเดียวในการเรียนคณิตศาสตร์ คือ การฝึกทำโจทย์’ ดังนั้น อาจารย์ท่านใดที่สอนการคำนวณ ต้องพยายามให้นักศึกษาได้ลองคิดเอง หาสมมติฐานของตัวเอง พิสูจน์ออกมาด้วยตัวเอง อาจารย์ทิ้งท้าย ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=L5PfTJ4wwxw&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=8&t=140s เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย อาจารย์ ดร. ทัชชา สุตตสันต์ - Best Practice Award

    ถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 เคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 โดยอาจารย์ดร. ทัชชา สุตตสันต์ หรืออาจารย์ทราย จากคณะเศรษฐศาสตร์ ผู้ได้รับเลือกเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice Award) ผ่านการสอนในกระบวนวิชา Industrial Economics อาจารย์ทราย หรือ ดร. ทัชชา สุตตสันต์ เจ้าของรางวัล Best Practice Award โดยอาจารย์ทรายได้แชร์ประสบการณ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) ซึ่งสิ่งที่นักศึกษาจะได้รับทั้งหมด คือ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ทำให้พวกเขามีความมั่นใจที่จะออกไปเผชิญปัญหาภายนอก และการเรียนรู้เชิงรุกจะทำให้พวกเขามีความสุขกับการเรียน ส่งผลมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน และต่อวิชาชีพของเขา ซึ่งทั้งหมดได้มาจากการที่อาจารย์ทรายให้อิสระทางความคิด สร้างชีวิตชีวาในชั้นเรียนผ่านกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง โดยแบ่งกิจกรรมหลักทั้งหมด 6 กิจกรรม เกมแบบจำลองธุรกิจ Universal PaperClips การโต้วาที Research-based Learning เก็บข้อมูลผู้บริโภค สัมภาษณ์กลยุทธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการสร้าง Sharing platform สร้างคอนเทนต์ แต่ละกิจกรรมมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งจะกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจในเนื้อหา อยู่กับชั้นเรียน และตอบสนองการพัฒนาทางศักยภาพ ทางทักษะของเขาในทุก ๆ ด้าน สิ่งสำคัญที่อาจารย์ทรายได้ย้ำเสมอ คือ ในหนึ่งชั้นเรียนมักจะประกอบไปด้วยนักศึกษาที่มีความหลากหลาย บางคนกล้าคิด กล้าแสดงออก หรือบางคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ฉะนั้นการสร้างบรรยากาศให้นักศึกษาสบายใจที่จะมีส่วนร่วมในชั้นเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมไปด้วยกัน ดังนั้นอาจารย์ทรายจึงแบ่งกิจกรรมเป็นอีก 2 วัตถุประสงค์หลักคือ สร้างชีวิตชีวานในชั้นเรียน สร้างโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียน ประกอบด้วยกิจกรรมเกมแบบจำลองธุรกิจ Universal PaperClips, การโต้วาที และสร้างคอนเทนต์ การให้อิสระทางความคิด ขยายกรอบแนวคิดให้เป็นประโยชน์แบบถูกที่ถูกเวลา ประกอบด้วยกิจกรรม Research-based Learning เก็บข้อมูลผู้บริโภค, สัมภาษณ์กลยุทธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการสร้าง Sharing platform สร้างชีวิตชีวานในชั้นเรียน สร้างโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียน 1. เกมแบบจำลองธุรกิจ Universal PaperClips เป็นกิจกรรมจำลองเสมือนนักศึกษาคือผู้ผลิตในธุรกิจของเขา ใช้เวลาเล่นทั้งสิ้น 3 วันสามคืน เริ่มต้นจากธุรกิจเล็ก ๆ ควบคุมด้วยการคลิกแบบ manual (คลิกมือ) เมื่อเวลาผ่านไปธุรกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น จะสามารถใช้เทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะเป็น automation หรือ AI ที่เข้ามาช่วยตัดสินใจในธุรกิจ โดยผู้เล่นแต่ละทีมจะมีจุดจบที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เล่นบางคนก็จะโดน AI บอกว่า ‘ออกไปจากจักรวาลนี้ได้แล้วเพราะว่าคุณไม่มีความสำคัญอีกแล้วกลับธุรกิจของคุณ (please get out of this universe)’ เนื่องจาก AI ตัดสินใจให้หมดเลย หรือบางทีมต้องหยุดเล่นกลางคัน เนื่องจากเงินลงทุนไม่เพียงพอ บางทีมธุรกิจประสบความสำเร็จ สามารถผลิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยตอนสุดท้ายให้นักศึกษาเขียนสะท้อนคิด ซึ่งสิ่งที่พวกเขาสะท้อนคิดกลับมาเป็นสิ่งที่อาจารย์ทรายอยากจะสอนเขาทั้งหมด แต่นักศึกษากลับสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ทำให้พวกเขารู้เลยว่า การตัดสินใจระหว่างทางในธุรกิจของเขาจะเป็นตัวกำหนดปลายทางของธุรกิจ บางกลุ่มนักศึกษารับรู้ได้เลยว่า AI จะเข้ามามีบทบาท เข้ามามีศักยภาพขนาดไหนในการทำธุรกิจ ซึ่งจุดนี้คือสิ่งที่เชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมถัดไป คือ กิจกรรมการโต้วาที ตัวอย่างการเขียนสะท้อนคิดที่นักศึกษาได้รับหลังการเล่นเกมแบบจำลองธุรกิจ Universal PaperClips 2. การโต้วาที ตัวอย่างประเด็นในการโต้วาทีของวิชา Industrial Economics กิจกรรมนี้เริ่มต้นจากประเด็นคำถาม ‘คุณเชื่อหรือไม่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์’ ในกิจกรรมนี้อาจารย์ทรายจะใช้วิธีการจับฉลากในการเลือกฝั่ง โดยไม่สนใจว่าเดิมนักศึกษาจะมีความเชื่อแบบใด เมื่อจับฉลากได้บทบาทหน้าที่ใดแล้ว นักศึกษาจะต้องทำบทบาทหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด และเนื่องจากไม่ต้องการให้การโต้วาทีมันยืดเยื้อจึงกำหนดเวลาในการโต้วาทีแต่ละครั้งเพียง 5 นาที ดังนั้นสิ่งที่นักศึกษาพูดในเวลา 5 นาที คือสิ่งที่เขารู้สึกว่าพูดประโยคเดียวคู่ต่อสู้จะยอมแพ้โดยทันที โดยอาจารย์นิยามบรรยากาศในห้องเรียนในวันนั้นว่า ‘แทบจะระเบิด’ เพราะนักศึกษาต่างไม่ยอมกัน รับบทบาทหน้าที่อย่างเต็มที่ ในตอนสุดท้ายก็ได้ถามนักศึกษาว่า ‘มีใครเปลี่ยนความคิดเรื่องเชื่อ/ไม่เชื่อใน AI หลังให้ได้รับบทบาทหน้าที่ไหม?’ ปรากฏว่ามีนักเรียน 25% ที่ยกมือ ซึ่งหมายความว่า หากคุณรู้จักเปิดใจที่จะรับข้อมูลข่าวสารของอีกฝ่ายหนึ่ง สุดท้ายคุณก็โอกาสที่จะเปลี่ยนใจ เป็นการสอนให้รู้จักการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ไม่คิดเฉพาะจากสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมา 3. สร้างคอนเทนต์ กิจรรมที่ให้นักศึกษาสร้างคอนเทนต์ โดยมีคอนเซ็ปต์คือคำสำคัญในกระบวนวิชา ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้รับคำสำคัญที่ต่างกัน แล้วจึงนำเสนอให้เพื่อน ๆ ฟังผ่านวิดีโอคลิป ตัวอย่างวิดีโอของกลุ่มนักศึกษาที่ได้รับคำว่า ‘ฮาลาล’ โดยพวกเขาทำเป็น vlog พาผู้ชมไปทานร้านฮาลาล ซึ่งก่อนไปพวกเขาได้อธิบายว่าฮาลาลคืออะไร และฮาลาลมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร การให้อิสระทางความคิดขยายกรอบแนวคิดให้เป็นประโยชน์แบบถูกที่ถูกเวลา 1. Research-based Learning เก็บข้อมูลผู้บริโภค กิจกรรมกึ่งวิจัย นักศึกษาจะได้ไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่สนใจ และให้เขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์แพลตฟอร์ม เป็น sharing platform คล้าย ๆ กับ Airbnb หรือ Grab แต่เป็นสิ่งที่นักศึกษาคิดค้นขึ้นมาเอง โดยก่อนหน้ากิจกรรมนี้อาจารย์ได้นำเสนอเรื่องของพลังอำนาจราคา 0 บาท แล้วจึงให้นักศึกษาดำเนินการวิจัยตามต้นแบบ จากนั้นให้ขยายกรอบแนวคิดเพิ่มอีกหนึ่งแนวคิด 2 สัมภาษณ์กลยุทธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม กิจกรรมสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ มีคอนเซ็ปต์ว่า ‘คุณไม่ต้องรู้อุตสาหกรรมทุกอย่างบนโลกใบนี้ แต่ต้องรู้ว่าทฤษฎีและกรอบแนวคิดที่ได้เรียนรู้จากวิชานี้ จะสามารถนำไปอธิบายและวิเคราะห์สถานการณ์ที่คุณสนใจได้อย่างไร’ ณ เวลาอาจารย์ทรายให้นักศึกษาใช้ SWOT เป็นกรอบแนวคิดในการตั้งคำถามก่อนที่จะไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ หลังจากนั้นให้ทำเป็นอินโฟกราฟิก 1 หน้า เพื่อนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ ตัวอย่างอินโฟกราฟิกของนักศึกษาหลังจากที่ได้ทำกิจกรรมสัมภาษณ์กลยุทธ์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม 3 การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการสร้าง Sharing platform ‘โลกมี Airbnb มี Grab แล้วคุณล่ะ คุณอยากจะแชร์อะไร?’ คำถามที่เกิดขึ้นก่อนจะนำพาให้นักศึกษาคิดถึงความสามารถของเขา มองหาทางสร้างรายได้จากสิ่งนั้น และให้นักศึกษาสร้างและออกแบบโลโก้แพลตฟอร์มของเขาเอง ก่อนที่จะนำไปที่ศูนย์ STEM ให้สอนทำ user interphase เพื่อให้นักศึกษาเห็นว่าสิ่งที่เขาออกแบบมาในอินโฟกราฟิก หากมันเป็นแอปพลิเคชั่นจริง ๆ มันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยกิจกรรมทั้งหมดอาจารย์ทรายมีความมุ่งหวังที่จะให้นักศึกษาได้เชื่อมโยงทฤษฎีในชั้นเรียนเข้ากับชีวิตจริง ทำให้เขาเกิดมีความรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนรู้ในชั้นเรียนมีประโยชน์ต่อชีวิตอนาคตจริง ๆ และกระบวนวิชานี้ได้ใช้ FACEBOOK เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับนักศึกษา มีเพจประชาสัมพันธ์นำเสนอผลงานของนักศึกษาเพื่อให้บุคคลภายนอกความสามารถของนักศึกษา Facebook fanpage : Leave our comfort zone พื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานของนักศึกษา สร้างแรงจูงใจ ไม่ใช่สั่ง การถาม คือ สิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ดังนั้นอาจารย์จะไม่บังคับให้นักศึกษาถาม แต่ใช้จะคะแนนเป็นแรงจูงใจหนึ่งให้เกิดการสร้างความเข้าใจ สิ่งที่สำคัญ คือ อาจารย์จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อไม่มีใครถามอาจารย์ต้องตั้งคำถาม และหลังจากนั้นนักศึกษาจะเริ่มเลียนแบบ เริ่มรู้ว่าคำถามประมาณนี้น่าจะดี แล้วคำถามจะแอดวานซ์ขึ้นมากไปเรื่อย ๆ วิกฤต คือ โอกาส กิจกรรมสร้างคอนเทนต์ให้นักศึกษานำเสนอผ่านคลิปวิดีโอ เดิมอาจารย์เล่าว่า กิจกรรมนี้ไม่ได้อยู่ในแผน แต่เกิดจากปัญหาที่พบหลังให้นักศึกษาพรีเซ้นหน้าห้อง ซึ่งนักศึกษาต่างก้มหน้าก้มตาอ่านสไลด์ของตัวเองก่อนพรีเซ้น ขณะที่ผู้พรีเซ้นก็มีความคิดอยากพรีเซ้นให้จบ ๆ สุดท้ายจึงไม่เกิดการซักถามใด ๆ ไม่มีการเรียนรู้อะไรเกิดขึ้นในชั้นเรียน จนสุดท้ายอาจารย์ทรายปรับเปลี่ยนให้นักศึกษาทำเป็นวิดีโอคลิป โดยมีเงื่อนไขอยู่อย่างเดียว คือ ‘ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ฟังตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบโดยได้ความรู้ไปด้วย’ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเกินความคาดหมาย กลุ่มทำเป็น vlog บ้างทำเป็นอนิเมชั่น หรือบ้างก็แสดงโรลเพลย์ วันที่เปิดคลิปวิดีโอดูพร้อมกันในห้องเต็มไปด้วยความสดใส มีทั้งเสียงแซว เสียงหัวเราะ เสียงโห่ และทุกคนก็รอดูว่าแต่ละกลุ่มจะทำอะไรมา จะมีมุกอะไรมาปล่อย “บรรยากาศการเรียนในวันนั้นดีมาก ๆ” อาจารย์ทรายกล่าวด้วยรอยยิ้ม การเปลี่ยนไปทำกิจกรรมลักษณะนี้ทำให้ มองให้เห็นศักยภาพในตัวนักศึกษา แล้วทำให้เข้าใจเลยว่านักศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีลักษณะอย่างไร “ในตอนแรกที่เกิดปัญหาอาจเป็นเพราะว่า อาจารย์นำวิธีการที่เคยเห็นในศตวรรษที่ 19-20 ไปหยิบยื่นให้เด็กที่เกิดในศตวรรษที่ 21 เมื่อกิจกรรมเป็นไปตามธรรมชาติของนักศึกษา อาจารย์จะเริ่มเห็นความส่องสว่าง (Shining) ของเขาออกมา” อาจารย์ทรายกล่าวทิ้งท้าย ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้หากท่านใดสนใจ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมผลงานวิดีโอการโต้วาที วิดีโอที่นักศึกษาได้ทำไว้ หรืออินโฟกราฟิกที่ได้ที่ Facebook fanpage : Leave our comfort zone หรือ ลิงก์ https://www.facebook.com/cmse.cmu?locale=th_TH ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ:https://www.youtube.com/watch?v=6g5jWT3gGCI&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=5 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิโชค เลขะกุล - รางวัล Exemplary Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของรางวัล Exemplary Award ในกระบวนวิชาระเบียบวิธีวิจัยทางสถาปัตยกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิโชค เลขะกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 วิชาระเบียบวิธีวิจัยทางสถาปัตยกรรมเป็นวิชาที่ทุกคนมักบอกจะว่าน่าเบื่อ เนื่องจากเป็นวิชาที่มาจากศตวรรษที่ 18-19 ซึ่งผู้สอนก็จะเป็นคนที่มาจากศตวรรษที่ 20 และสอนไปยังนักศึกษาที่มาจากศตวรรษที่ 21 ดังนั้นจึงถึงเวลาสักทีที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการสอนด้วย Flipped Classroom แต่เดิมวิชานี้จะสอนด้วยวิธีการเลคเชอร์ในห้องเรียน แล้วให้นักศึกษากลับไปอ่านวิจัย พร้อมกับการสั่งให้ทำ ซึ่งอาจารย์ได้สะท้อนกลับมาจากการสอนลักษณะนี้ว่า มันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และรู้ตัวเสมอว่า ล้มเหลวทำแล้วซ้ำเล่า เนื่องจาก ไม่ค่อยมีโอกาสได้ Feedback ไปยังนักศึกษา เมื่อสั่งงานให้นักศึกษาทำก็จะได้ชิ้นงานมาหนึ่งชิ้นโดยที่อาจารย์ไม่มีโอกาสได้ตั้งคำถามหรือชี้แนะในแต่ละขั้นตอน ดังนั้นจึงได้หาวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนให้วิชานี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีการเน้นกิจกรรมในห้องเรียนทดแทนการเลคเชอร์ และนำเนื้อหาเลคเชอร์ไปไว้นอกชั้นเรียนผ่านวิธีการทำสื่อวิดีโอ โดยเป้าหมายหลัก ๆ คือ การเป็น Flipped Classroom ที่สมบูรณ์ เพื่อเน้นประสบการณ์ให้นักศึกษาได้มาทำงานร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ส่วนเนื้อหาเลคเชอร์พยายามให้อยู่นอกชั้นเรียน แต่ยังคงมีเนื้อหาให้ครบถ้วนเหมือนอย่างที่เคยมีในห้องเรียน ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีคือ นักศึกษาสามารถศึกษาได้อย่างอิสระ ตามความสะดวกของนักศึกษา กิจกรรมในกระบวนวิชานี้ กิจกรรมในชั้นเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการทำโปรเจกต์ร่วมกัน รวมไปถึง Problem and Inquiry Based Learning จัดทำ Group proposal + pilot study ร่วมกันในชั้น ประมาณ 10 สัปดาห์ จัดทำ Individual proposal นำเสนอในชั้นเรียน ประมาณ 5 สัปดาห์ Active ingredients: Role and discussion format เช่น PPCO ในการระดมความคิด, Roleplay ในการนำเสนอ และวิจารณ์, LEGO Serious Play กิจกรรมนอกชั้น E-learning บน KC-Moodle อ่านตำราหลัก รับชมคลิป อ่านเพิ่มเติม ทดสอบ/ย้อนคิด และทำงานที่ค้างจากในชั้น กระบวนที่ใช้ในการสอนสังเกตเห็นว่าทั้งเทอมจะมี 15 สัปดาห์ แบ่งเป็นช่วงของ Group proposal สัปดาห์ที่ 1-10  และ Individual proposal อีก 5 สัปดาห์หลัง โดยในช่วงท้ายของกิจกรรมทั้งสองช่วงจะให้นักศึกษาได้สะท้อนคิดกลับมาจากสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ อีกทั้งยังมีการแบ่งเป็นกิจกรรมในห้องเรียน และกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยกิจกรรมในห้องเรียนช่วง 10 สัปดาห์แรก จะแบ่งเนื้อหาตามองค์ประกอบของการวิจัย เช่น สัปดาห์ที่เรียนเรื่องปัญหาการวิจัย กิจกรรมในชั้นเรียนก็จะนำ PPCO เข้ามาใช้ให้นักศึกษาช่วยกันระดมความคิด หรือสัปดาห์ที่เรียนเรื่องการทบทวนวรรณกรรม กิจกรรมในชั้นเรียนก็จะนำ Roleplay มาให้นักศึกษาได้นำเสนอ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดจะออกแบบให้จบภายในชั้นเรียน หลังจากนั้น เมื่อนักศึกษเข้าใจมากยิ่งขึ้นแล้ว สัปดาห์ที่ 11-15 ก็จะให้นักศึกษาเลือกได้เองว่า อยากทำวิจัยเรื่องอะไรแล้วจึงส่ง Individual proposal กลับมา แน่นอนว่าเมื่อเป็น Flipped Classroom สิ่งที่อยู่เคยอยู่ในชั้นเรียน ก็จะย้ายไปอยู่นอกชั้นเรียน ซึ่งในวิชานี้อาจารย์ได้ใช้ KC-Moodle เป็นแพลตฟอร์มในการลงวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น สื่อวิดีโอ เอกสารประกอบการเรียน หนังสืออ่านเพิ่มเติม รวมไปถึงการทดสอบความรู้ของสัปดาห์นั้น ๆ โดยที่จะแบ่งการเรียนเป็นขั้นตอน และมีสัญลักษณ์กำกับไว้ ดังนั้นจึงต้องผ่านให้ครบทุกขั้นตอน ความสำเร็จจากการเปลี่ยนชั้นเรียนให้เป็น Flipped Classroom ความสำเร็จประการหนึ่งที่สำคัญ คือ นักศึกษาจะได้ผ่านกระบวนการไปด้วยกัน โดยในแต่คาบเรียนที่ผ่านไปนักศึกษาจะรับรู้ถึงความสำเร็จย่อย ๆ ของตัวเอง และความสำเร็จอย่างหนึ่งที่ชัดเจน คือ ภาพรวมคะแนนงาน Individual proposal ดีขึ้น สมัยก่อน เมื่อถึงปลายเทอมบางคนอาจมีความรู้สึกเหมือนไม่เคยได้ทำอะไร ไม่รู้ว่าเรียนอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เนื่องจาก ทุกคนรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่จากการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งมันก็ถือว่าดีขึ้นมาก ไม่เพียงแค่นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงอาจารย์ผู้สอน อาจารย์เล่าว่า ตนได้ขยายขอบเขตการสอน ไม่ใช่แค่การหา content แล้วมอบให้เขาในชั้นเรียน แต่ตนมีมุมมองที่กว้างขึ้น ทั้งมองจากฝั่งนักศึกษาว่า เขาได้อะไรไปบ้าง และเขาต้องการอะไรเพิ่ม การที่มีการเรียนในชั้นเรียนและข้างนอก ควบคู่กันไป เป็นสิ่งที่น่าจะใช้ได้หลาย ๆ รูปแบบ หากแต่ต้องดูความเหมาะสม เช่น สลับเป็น Active หรือ Passive บ้าง ถ้าหากผู้สอนทุกคนเปลี่ยนไปเป็น Flipped Class เรียนทั้งหมด นักศึกษาน่าจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องมีการเตรียมตัวมากยิ่งขึ้น ปัญหาที่พบในวิชานี้ก็ยังคงมีอยู่ นักศึกษาไม่ค่อยเตรียมตัว รวมถึงไม่ค่อย Active ดังนั้นอาจารย์จึงต้องพยายาม และต้องไม่คาดหวังเยอะ และการไม่มีเลคเชอร์นี้เอง ทำให้นักศึกษารู้สึกว่า เขาเสียอะไรไป เหมือนสูญเสียอะไรที่เป็นผลประโยชน์ของเขา ซึ่งอาจารย์ก็ได้เล่าถึงวิธีการแก้ไขว่า เมื่อเริ่ม Introduction ชั้นเรียน ก็จะหันพูดถึงสิ่งที่ดี สิ่งที่เขาจะได้ เพื่อให้เขารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่ดี รวมถึงสื่อนอกห้องที่จัดทำยังไม่ค่อยน่าสนใจ ยังเป็นสิ่งที่ปรับปรุงได้อีกเยอะ รวมถึงยังไม่เคยได้ใช้ประสิทธิภาพของ KC-Moodle อย่างเต็มที่ อาจวางกติกาบางอย่างที่ KC-Moodle สามารถทำได้ อย่างการกำหนดเวลาต่าง ๆ และมีอีกหลากหลายเงื่อนไขที่ให้กำหนด หากปรับเปลี่ยนในส่วนนี้ได้ นักศึกษาจะทำอะไรได้ตามขั้นตอนมากขึ้น และมีความจำเป็นที่ต้องรีบ สิ่งสำคัญของการปรับเปลี่ยน คือ การสร้างภาพเชิงบวก เนื่องจากเป็นวิชาบังคับ นักศึกษาก็จะรู้สึกเบื่อ และไม่ค่อยอยากเรียน จึงต้องพยายามทำให้นักศึกษารู้สึกว่า ‘เออ สนุกนะ’ แม้จะเป็นวิชาที่ทุกคนต้องเรียน แต่ว่าถ้ามันสนุกสนานก็จะส่งผลดีมาก ๆ และสิ่งสำคัญ คือ การต้องเชื่อว่าประสบการณ์มีความสำคัญกว่าเนื้อหา เพราะอาจารย์ส่วนใหญ่มาจากยุคที่นำ Content มาเสิร์ฟให้ อาจารย์ไปค้นหามาอย่างดีเมื่อถึงเวลาจึงนำไปให้นักศึกษา หากแต่หลายครั้งที่ไม่มีใครรับ เพราะฉะนั้น อาจารย์ต้องเชื่อว่าประสบการณ์สำคัญกว่า ประสบการณ์ที่ทำให้นักศึกษาได้ลอง ได้เรียนรู้ โดยสามารถเสริมนักศึกษาด้วยเครื่องมือกิจกรรม เพื่อให้ทุกอย่างมันเคลื่อนไปได้ตลอดเวลา ความสำเร็จจากวิชานี้ แม้จะมีความสำเร็จที่ทำให้เรารู้สึกดีอยู่บ้าง แต่สิ่งที่อาจจะเป็นความสำเร็จอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้เรารู้ว่าเรายังทำได้อีกเยอะ อาจารย์ทิ้งท้าย ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=Tvo8OfmgWh8&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=7&t=483s เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย อาจารย์ ดร. ศุภณัฐ ชัยดี - Best Practice Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์อีกหนึ่งท่านที่ได้รับรางวัล Best Practice Award รางวัลแนวปฏิบัติที่ดีในกระบวนวิชา เรขาคณิตวิเคราะห์ทรงตัน อาจารย์ ดร. ศุภณัฐ ชัยดี หรืออาจารย์นัท จากภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 อาจารย์นัท หรือ ดร. ศุภณัฐ ชัยดี Best Practice Award รางวัลแนวปฏิบัติที่ดีในกระบวนวิชา อาจารย์เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงคติของบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่บุคคลที่เรียนคณิตศาสตร์ว่า คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ยาก คณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่นามธรรม คณิตศาสตร์เราเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? ซึ่งโจทย์ในการสอนกระบวนวิชา 206207 เรขาคณิตวิเคราะห์ทรงตัน (Solid Analytic Geometry) คือ การพิสูจน์ให้นักศึกษาเห็นถึงมุมอีกด้านของคติที่ว่า สิ่งที่มีความเป็นนามธรรม หรือไม่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตเป็นประจำวันนั้น จริง ๆ แล้ว อาจไม่ได้ถูกต้องเสียทีเดียว ธรรมชาติพื้นฐานของการสอนคณิตศาสตร์มักจะเป็นลักษณะการเรียนการสอนแบบการสาธิต ครูผู้สอนจะทำหน้าที่ในการแสดงและพิสูจน์ทฤษฎีบท แล้วจึงปล่อยให้นักศึกษาทำการปฏิบัติเป็นการบ้าน ซึ่งนักศึกษาแต่ละคน โดยเฉพาะธรรมชาติของการเป็นนักศึกษาคณิตศาสตร์จะมีความเป็นปัจเจกบุคคลค่อนข้างสูง ดังนั้นอาจารย์จึงต้องพยายามหาวิธีการปรับการเรียนการสอนอย่างไรให้ดีมากยิ่งขึ้น รายวิชา 206207 เรขาคณิตวิเคราะห์ทรงตัน เป็นรายวิชาเลือกสำหรับกลุ่มนักศึกษาคณิตศาสตร์และนักศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นจากข้อมูลที่อาจารย์ได้ศึกษาพบว่า มีทั้งนักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ 5 จากภาควิชาคณิตศาสตร์ โดยนักศึกษากลุ่มนี้มีพื้นฐานในการอ่านบทความทางวิชาการมาก่อน และนักศึกษากลุ่มใหญ่ของห้องเรียน คือ นักศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งธรรมชาติของการเป็นนักศึกษาศาสตร์อยู่ อีกทั้งยังมีนักศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์มาเรียนเป็นวิชาเลือกเสรี การปรับกระบวนทัศน์ให้ห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โจทย์อย่างหนึ่งที่อาจารย์จะต้องคำนึงในการสอน คือ กระบวนวิชานี้ เป็นกระบวนวิชาที่ไม่มีวิชาที่ต้องผ่านมาก่อน ดังนั้นจึงต้องทำเสมือนว่านักศึกษาไม่เคยมีความรู้ของระดับปี 1 ปี 2 มา และสมมติว่านักศึกษามีความรู้ระดับมัธยมปลาย เพราะฉะนั้นในการปรับกระบวนทัศน์ของวิชานี้ หลัก ๆ แล้วอาจารย์ต้องการที่จะปรับเปลี่ยนจากการที่ผู้สอนออกมาบรรยาย มาแสดงตัวอย่างให้ดู เป็นการปรับห้องเรียนเป็นห้องเรียนกลับด้าน (Flipped classroom) โดยวิธีการดังนี้ ศึกษาเนื้อหานอกชั้นเรียนล่วงหน้า เนื่องจากความเป็นนามธรรมของคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอ่านแล้วเข้า อาจารย์จึงต้องมีการจุดประกาย มีการชี้แนะให้เห็นถึง Point ต่าง ๆ ของบทเรียนผ่านสื่อวิดีโอที่จัดทำไว้ ให้นักศึกษานำเนื้อหามาอภิปรายร่วมกันในห้องเรียน ใช้เทคโนโลยีประกอบการเรียน เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น อภิปรายบทความวิจัย สิ่งประดิษฐ์ หรือนวัตกรรม เนื่องจากเนื้อหาจากบทเรียนถูกย้ายไปอยู่ในสื่อวิดีโอ ในชั้นเรียนจึงเน้นการทำกิจกรรม Team spirit เป็นส่วนใหญ่  เพื่อพัฒนาทักษะในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิชาการ รวมถึงทักษะอื่น ๆ เช่น Soft skill เป็นต้น โดยกิจกรรม Team spirit คือ การพยายามจัดกลุ่มนักศึกษาให้คละคณะกัน เพราะอาจารย์เชื่อว่าการที่นักศึกษาได้เห็นความแตกต่าง เห็นความหลากหลายจะเป็นประโยชน์ในการเรียนและสร้างบรรยากาศให้เกิดการเรียนร่วมกัน การออกแบบการเรียนการสอนในห้องเรียน ในหนึ่งคาบเรียน แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก โดยกิจกรรมช่วงกลางคาบจะถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่กำลังสอน ปรัชญาอย่างหนึ่งที่อาจารย์เชื่อเสมอมา คือ การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 บางทีอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องวาดมือทุกเส้น วาดกราฟทุกเส้นให้เห็นชัดเจน แต่ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีหลาย ๆ ตัว เครื่องมือหลากหลายเครื่องมือเข้ามาช่วย ดังนั้นการเลือกใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือช่วยที่เหมาะสมจะช่วยเอื้อต่อการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา ในกระบวนวิชานี้ อาจารย์ได้ใช้เทคโนโลยีอยู่หลัก ๆ 3 ส่วน คือ CMU Online (KC-moodle ของทาง ITSC) สำหรับการจัดการทรัพยากรในชั้นเรียน Facebook Group สำหรับใช้ติดต่อสื่อสารกับนักศึกษาแบบ Real Time GeoGebra Program สำหรับทำ visualize กราฟต่าง ๆ ทั้งกราฟใน 2 มิติ และกราฟใน 3 มิติ ซึ่งข้อดี คือ ใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม ใช้งานได้ดีและใช้งานได้ฟรี รวมไปถึงโปรแกรมนี้มี learning curve ต่ำ ดังนั้นจึงใช้เวลาศึกษาวิธีการใช้ไม่มากนัก การบรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาอาจารย์ศุภวิทย์ ถาวรบุตร ภาควิชาประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากที่อาจารย์ได้ศึกษานักศึกษาในชั้นเรียน พบว่า นักศึกษาส่วนมากมีความอยากเป็นครู อาจารย์จึงคิดหาแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างเรื่องราวที่จะทำให้นักศึกษามีเรื่องเล่าให้กับผู้เรียนของเขาในอนาคตต่อไป จึงจัดกิจกรรม ‘การบรรยาย’ การบรรยายพิเศษเพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนวิชาเรขาคณิตวิเคราะห์ ซึ่งก็ได้รับเกียรติจากอาจารย์ศุภวิทย์ ถาวรบุตร ภาควิชาประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แต่งหนังสือเรื่อง กุญแจแห่งฟากฟ้า มาบรรยายในหัวข้อเรื่อง คณิตศาสตร์ก่อนวันของเรา มองเรขาคณิตผ่านประวัติศาสตร์ เพื่อให้การฟังบรรยายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอาจารย์จึงมอบหมายให้นักศึกษาทำการบ้านมาก่อนด้วยการอ่านหนังสือที่ผู้บรรยายเป็นคนเขียน เมื่ออ่านเสร็จแล้วจึงให้ตั้งประเด็นคำถามว่า ‘มีประเด็นอะไรที่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้อีกบ้าง’ ในวันที่เป็นการบรรยาย หลังจากวิทยากรบรรยายเรียบร้อยแล้วก็เกิดการแลกเปลี่ยน discussion กันระหว่างนักศึกษาแล้วก็ผู้บรรยาย ซึ่งผู้บรรยายท่านก็ชมมาว่าคำถามดีมาก ๆ รายละเอียดการทำโปรเจกต์จบของรายวิชา เรขาคณิตวิเคราะห์ทรงตัน นอกเหนือจากการเชิญวิทยากรมาบรรยายแล้ว  สิ่งที่เป็นไฮไลท์สำคัญของวิชานี้ คือ การทำ Project ด้วยความเชื่อของอาจารย์เชื่อว่า การที่เราจะทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่เป็นนวัตกรรมหรือ Project ความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานและความรู้คณิตศาสตร์พื้นฐาน เป็นพื้นฐานสำคัญที่เราพัฒนาและต่อยอดไปได้ ดังนั้นในฐานะที่นักศึกษาจะเติบโตไปเป็นครูโรงเรียน สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลย คือ การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานของโรงเรียน เพราะฉะนั้นหากนักศึกษาได้รับไอเดียที่ดี ก็จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ กระบวนการทำโปรเจกต์ ศึกษาบทความทางวิชาการ ที่เป็นประเด็นร่วมสมัย จากบทความการประชุมวิชาการ ‘Bridges’ ซึ่งเป็นการประชุมที่เชื่อมโยงระหว่างคณิตศาสตร์และเรื่องของการประยุกต์ทางด้านงานศิลปะ หรืองานสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เลือกหัวข้อบทความที่สนใจ แล้วจึงให้นักศึกษาไปลองค้นหาว่ากิจกรรมใดที่สามารถต่อยอดมาจากบทความได้ ทั้งนี้นักศึกษาจะต้องทำ concept proposal เพื่อมาขอรับเงินสนับสนุนจากอาจารย์ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วนักศึกษาจะต้องนำเสนอผลงาน ทั้งแบบปากเปล่าและการนำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์ ผลสะท้อนคิดจากการจัดการเรียนการสอน ผลสะท้อนที่ได้รับจากการเรียนการสอนตลอดทั้งเทอม สิ่งที่นักศึกษาสะท้อนกลับมาให้ปรับปรุงในการจัดการเรียนการสอนครั้งต่อไป คือ สื่อวิดีโอมีความยาวมากเกินไป อาจารย์จึงได้เรียนรู้ว่าจริง ๆ แล้วเด็กอาจจะรู้สึกเหนื่อยถ้าเขาดูวิดีโอที่ยาวมากเกินไป รวมถึงนักศึกษาอาจจะรู้สึกว่าเขาจะต้องทำงานเพิ่มมากยิ่งขึ้นในการศึกษาเนื้อหาก่อนเข้าชั้นเรียน ดังนั้นในการปรับการเรียนการสอนครั้งต่อไป จะต้องจัดการเรียนการสอนให้กระชับมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่อาจารย์สะท้อนได้จากการเห็นนักศึกษา คือ ห้องเรียนมีชีวิตชีวา สนุกสนานและทำให้อาจารย์อิ่มเอมใจไปกับการจัดการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น เพราะบรรยากาศของการจัดการเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อาจารย์จะต้องทำให้นักศึกษาเชื่อได้ว่าจะสามารถพาชั้นเรียนไปได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งอาจารย์ได้ทิ้งท้ายว่าจะมีการพัฒนากระบวนวิชานี้ในลำดับต่อไป ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ:https://www.youtube.com/watch?v=dMfiWaCrh2w&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&t=805 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย อาจารย์ สุธินี แต้โสตถิกุล - รางวัล Exemplary Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของรางวัล Exemplary Award อีกหนึ่งท่าน โดยได้รับรางวัลจากการสอนในกระบวนวิชา การเตรียมความพร้อมทักษะทางบริบาลเภสัชกรรมในโรงพยาบาล อาจารย์ สุธินี แต้โสตถิกุล จากคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนอย่างไรถึงจะที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 เนื่องจากวิชาการเตรียมความพร้อมทักษะทางบริบาลเภสัชกรรมในโรงพยาบาล เป็นวิชาฝึกทักษะของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 5 ดังนั้นจึงมีจำนวนผู้สอนมากถึง 8 คนเพื่อพัฒนาทักษะ ได้แก่ สุธนี แต้ใสตถิกุล, มันติวีร์ นิ่มวรพันธุ์, วันชนะ สิงห์หัน, วรธิมา สีลวานิช, สินธุ์วิสุทธิ์ สุรีชัย, ภัทรพันธ์ สุขวุฒิชัย, นเรนทร์ฤทธิ์ กรุณา และภูขวัญ อรุณมานะกุล เดิมเภสัชกรโรงพยาบาลมักจะอยู่ในห้องยา แต่ในปัจจุบันอาจารย์ต้องสร้างนักศึกษาเภสัชให้เขาขึ้นไปทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพได้อย่างเต็มตัว เพราะฉะนั้นอาจารย์ต้องสอนให้นักศึกษาเภสัชพูดแต่ภาษาเภสัชไม่ได้ แต่ต้องพูดภาษาคนที่พูดคุยกับผู้ป่วยได้ พูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์สุขภาพได้ พูดคุยกับพยาบาลได้ วัตถุประสงค์ วิชานี้เป็นวิชาที่จะต้องเรียนในชั้นปีที่ 5 เทอม 1 หน่วยกิตมีเพียงแค่ 1 หน่วยกิต นักศึกษาจะเรียนแค่ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกประยุกต์องค์ความรู้ทางเภสัชกรรม, ฝึกทักษะในการรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียน, ฝึกทักษะการบริบาลเภสัชกรรม และเห็นภาพบทบาทเภสัชกรรมโรงพยาบาลบนหอผู้ป่วย จึงได้จัดกิจกรรม Problem-base learning ทั้งสิ้น 5 กิจกรรม Medical reconciliation Problem-solving 1 Problem-solving 2 Adverse drug monitoring Discharge counseling สังเกตเห็นได้ว่าจะมีกิจกรรม Problem-solving 2 ครั้ง เนื่องจากทักษะเป็นเรื่องของการนำความรู้มาใช้ การหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะว่าคนไข้แต่ละคนจะมีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ดังนั้นการหาว่าเรื่องใดคือปัญหาที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่นักศึกษาต้องวิเคราะห์ หลังจากนั้นจึงต้องตัดสินใจเลือกยาอะไรเพื่อตอบโจทย์ให้ดีที่สุด รูปแบบการเรียนการสอน วิธีการสอนแบบเดิม นักศึกษาจะได้อ่านเวชระเบียนจำลอง หรือข้อมูลผู้ป่วยจำลอง โดยนักศึกษาจะมีเวลาศึกษาประมาณ 3 วันก่อนเข้าคลาส แล้วจึงมีการดัสคิส รวมถึงควิซ หากแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือนักศึกษามีทักษะในการอ่านและการพูด แต่เขาไม่สามารถหยิบความรู้มาใช้ได้สักเท่าไหร่ อาจารย์ต้องจึงพยายามปรับแก้วิธีการสอน วิธีการสอนแบบใหม่ อาจารย์พยายามให้มีการถามตอบก่อนที่จะเข้าชั้นเรียนผ่านทางไลน์ และจะมีประเด็นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ล่วงหน้าว่า เรียกว่า Pre Quiz ดังนั้นนักศึกษาจะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองล่วงหน้า เมื่อเข้าห้องเรียนอาจารย์จะให้เวลานักศึกษาดิสคัสกัน 1 ชั่วโมง และอีก 2 ชั่วโมงเข้าสู่ช่วงดิสคัสกันเองเพื่อแก้ปัญหาให้กับคนไข้ และอาจารย์ก็จะแสดงบทบาทเป็นเภสัชกรบ้าง แพทย์บ้าง ผู้ป่วยบ้าง หรือพยาบาลบ้าง เพื่อให้นักศึกษาได้เห้นภาพว่า หากเขาพูดแบบนี้อีกฝ่ายมีรีแอ็คชั่นอย่างไรกลับมา และครึ่งชั่วโมงสุดท้ายจะเป็นการสรุปการเรียนรู้ รวมถึง Post Quiz เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอน 1. KC-Moodle ในการส่งเอกสาร อย่างเวชระเบียนจำลอง, เครื่องมือทางการเภสัชกรรม, Pre Quiz และการส่งงาน 2. Google form ในการทำแบบทดสอบหลังเรียน Post Quiz 3. Class Activities นักศึกษาทุกคนมีไอแพด และเครื่องมือโทรศัพท์แต่ทุกคนต่างแยกกันทำ ดังนั้นอาจารย์จึงหาวิธีที่จะสามารถรวบรวมความคิดของคนทั้งกลุ่มเข้ามาอยู่ร่วมกัน ด้วยการแจกสมุดและปากกาไปยังแต่ละกลุ่ม ในส่วนการเข้าสู่สถานการณ์อาจารย์ 1 คนจะรับผิดชอบนักศึกษาตลอด 5 สัปดาห์ ดังนั้นอาจารย์จึงจะเห็นพัฒนาการในการคิดและแก้ไขปัญหาของนักศึกษา และอาจารย์สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปส่งต่อให้อาจารย์ในกระบวนวิชาถัดไปได้ ผลลัพธ์จากการเรียนการสอน นักศึกษาสะท้อนกลับมาว่า เขาได้ฝึกทักษาะมากยิ่งขึ้น เห็นภาพงานเภสัชกรรมมากยิ่งขึ้น แต่เขาอยากฝึกมากกว่านี้ และเขาอยากได้ชุดความรู้เดียวกัน เนื่องจากอาจารย์ 8 คน มี 8 กลุ่ม ดังนั้นจึงมีสถานการณ์ที่แตกต่างกัน และเรื่องสุดท้าย คือ นักศึกษายังไม่คุ้นชินกับการถูกกดดันและความจำกัดของเวลา ซึ่งในช่วงของการแพร่ระบาดของโควิดวิชานี้ก็ยังคงมีกิจกรรมเช่นเดิม เพียงแต่ย้ายไปทำผ่าน zoom ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=bCa4S-RWO30&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=9 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อลิชา ตรีโรจนานนท์ - รางวัล Exemplary Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของรางวัล Exemplary Award อีกหนึ่งท่าน โดยได้รับรางวัลจากการสอนในกระบวนวิชา 851451 การวางแผนและการบริหารงานประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อลิชา ตรีโรจนานนท์ หรือ อาจารย์ส้มโอ จากคณะการสื่อสารมวลชน พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนอย่างไรถึงจะที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ตลอดทั้งเทอมสิ่งที่ให้คุณค่าสุงสุด คือ การเชื่อมโยงความหลากหลายในชั้นเรียนเข้าด้วยกัน โดยมีความตั้งใจสูงสุด คือ การที่ห้องเรียนเป็นพื้นที่ ๆ ประสบการณ์ทั้งหลายได้ออกมาหลอมหลวมและสร้างคุณค่าร่วมกัน ดังนั้นในแต่ละชั้นเรียน นักศึกษาแต่ละคนต่างมีฟังก์ชั่นของตัวเขาเอง ทั้งเทอมของการเรียนจะว่าด้วยคำทั้ง 4 คำ คือ ข้อมูล มุมมอง สมอง จิตใจ และเราทำการเรียนรู้ผ่าน 3 เรื่องหลัก นั้นคือ Knowledge (ความรู้) ซึ่งความรู้นักศึกษามีมากเพียงพอแล้ว เนื่องจากเขาเรียนมาตั้งแต่ปี 1 ดังนั้นสิ่งที่อาจารย์พยายามจะบ่มเพาะ คือ Attitude (วิธีคิดและมุมมอง) ที่ไม่สามารถสอนได้ แต่บ่มเพาะได้จากสภาพแวดล้อม รวมถึง Skills (ทักษะวิชาชีพ) จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ไปเชื่อมโยงกับวงการวิชาชีพ และได้รับโจทย์จริง ๆ ที่ต้องอาศัยมุมมองทางวิชาชีพ ในกระบวนวิชานี้ อาจารย์ได้ใช้ Flipped classroom และ active learning โดยช่วงเริ่มต้นคาบนักศึกษาจะได้รับแพ็กเกจเนื้อหา หลังจากนั้นจึงเลือกเนื้อหาที่สนใจและได้รับบทบาทให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งนักศึกษาจะต้องไปเรียนรู้ในหัวข้อที่ตนเองเลือกและจัดการสอนในรูปแบบที่ต้องการ รวมถึงต้องกลั่นในสิ่งที่เขารู้ออกมาเพื่อนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะเป็นฝ่ายเสริมเนื้อหาบางส่วนที่เจ้าภาพยังตกหล่น โดยในตอนท้าย เจ้าภาพการจัดการเรียนรู้จะได้รับการประเมินจากเพื่อน ๆ ด้วยคะแนนเฉลี่ยของเพื่อนต่อหัวข้อนั้น ๆ ซึ่งหมายความว่า เรานำพาให้ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกัน เราไม่ได้แข่งกัน แต่เราช่วยกันทำให้การเรียนรู้มันเกิดขึ้นได้ สุภาษิตหนึ่งจากแอฟริกันที่ว่า ‘It takes a village to raise a child’ (ต้องใช้คนทั้งหมู่บ้านในการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมา) เช่นเดียวกับในวิชานี้ สอนวิชาเดียวแต่ใช้อาจารย์หลาย ๆ ท่านมาช่วยเสริมให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ผศ.ดร. มานพ แก้วโมราเจริญ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มาช่วยสอนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการวางแผนและบริหารโครงการ รศ.ดร. รวี ลงกานี จากภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มาสอนในหัวข้อ Investor Relation ซึ่งแม้เนื้อหาจะมีความคลึงกับของคณะการสื่อสารมวลชน แต่เมื่อผู้สอนมาจากคณะอื่นนักศึกษาจึงจะได้รับหนึ่งมุมมองที่ต่างไปจากเดิม แฃะอาจารย์อีกหลาย ๆ ท่านที่คอยสนับสนุนให้การเรียนในวิชานี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่อาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ยังรวมไปถึงองค์กรต่าง ๆ ที่คยช่วยเหลือทำให้นักศึกษาได้ลองเชื่อมโยงกับวิชาชีพของเขา และนำความรู้เข้าไปช่วยเหลือสังคม แกนหลักทั้ง 2 ในวิชานี้มีแกนหลัก ๆ นั้น คือ การวางแผนและการบริหาร โดยในการวางแผนนักศึกษาจะต้องแสดงพลังความสามารถในการวางแผน สามารถตกผลึกวิธีคิดได้ โดยคนตัดสินไม่ใช่แค่เรา แต่จะเป็นสมาคมวิชาชีพ เป็นสาธารณชนอื่น ๆ อาจารย์จึงกำหนดว่านักศึกษาจะต้องส่งแผนการสื่อสารเข้าประกวดในระดับชาติ ซึ่งหมายความว่า อาจารย์ไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่อาจารย์ย้ายไปอยู่ฝั่งเดียวกับผู้เรียน และสนับสนุนให้ผู้เรียนไปในตำแหน่งที่ดีที่สุดที่เขาสามารถไปได้ ผลสำเร็จคือนักศึกษาสามารถชนะการแข่งขันได้จริง ๆ ซึ่งการแข่งประกวดทั้งหลายนักศึกษาสามารถเลือกได้ว่าจะแข่งขันในเวทีใด และเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่ในทางการสื่อสารมีหลายเวทีให้นักศึกษาได้ไปแสดงศักยภาพ แนวส่วนของการจัดการ นักศึกษาจะต้องจับกับเหตุการณ์พิเศษในการประชาสัมพันธ์ และต้องทำงานผู้สื่อข่าวสัมพันธ์ เพื่อให้เห็นว่าในวิชาชีพจริง ๆ นั้นเขาจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งหลาย ๆ กิจกรรมก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าไปทำข่าวและเผยแพร่ข่าว ดังนั้นเขาจะเห็นถึงมาตรฐานการทำงานที่เผยแพร่ได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นการเชื่อมวิชาการและวิชาชีพ อาจารย์จะปฏิบัติต่อเขาเพื่อสร้างนักศึกษาให้เป็นนักวิชาชีพที่แท้จริง และตอนนี้เขาสามารถทำงานระดับอาชีพ โดยที่เขายังมีสถานะเป็นนักศึกษา สิ่งที่เป็นการเรียนรู้ คือ การหลอมรวมประสบการณ์ สร้างตัวตน และสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในอนาคต ไม่เพียงเท่านั้นในวิชานี้นักศึกษาจะได้จัดกิจกรรมขึ้นมาจริง ๆ ทำให้เขาสามารถเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับกลุ่มคนที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในเวลาเดียวกันกิจกรรมเขาจะถูกเผยแพร่ลงสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ปกครองของนักศึกษาก็จะชื่นใจไปด้วย และที่สำคัญ คือ การนักศึกษาได้เห็นตัวเองและตระหนักรู้ว่าเขา คือ ส่วนหนึ่งของวิชาชีพ และเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://www.youtube.com/watch?v=eLSni8ortE8&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=10 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [CMU21st Talk Century Learning Day 2020] โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คัทลียา ศิริภัทรากูร แสนหลวง - รางวัล Learning Innovator Award

    กลับมาพบกันอีกครั้งกับถอดบทเรียนจากรายการ CMU21st Talk Century Learning Day 2020 ซึ่งครั้งนี้พบกับอาจารย์เจ้าของรางวัล Learning Innovator Award ในกระบวนวิชาวิจัยทางการพยาบาล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คัทลียา ศิริภัทรากูร แสนหลวง จากคณะพยาบาลศาสตร์ พร้อมกับการบรรยายเคล็ดลับการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 นวัตกรรม Aj.Cat Assistant Chatbot อาจารย์เริ่มต้นเล่าถึงจุดเริ่มของนวัตกรรม ‘Aj.Cat Assistant Chatbot’ ว่ามาจากปรัชญาของวิถี New normal ที่ประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนให้กับนักศึกษา ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเศธได้เลยว่า นักศึกษารุ่นนี้เขามีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ค่อนข้างดี ทั้งทักษะด้านการใช้สื่อ ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม แต่จะดีกว่าไหมหากเรานำสิ่งหนึ่งมาพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ที่ถูกวิธีและมีหลักวิชา ซึ่งสิ่งที่ผลิตขึ้นมานี้จะต้องสามารถเบาภาระบางอย่างของอาจารย์ได้ เหตุผลที่ต้องเป็น Chatbot เนื่องจากวิชานี้เป็นวิชาการวิจัยของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 4 โดยการเรียนส่วนใหญ่จะเป็นการฟังบรรยายจากชั้นเรียน (Classical Classroom) รวมถึงเมื่อปี 2562 มีการเพิ่มเติมสื่อเสริมในระบบ E-learning และเมื่ออาจารย์ลองสังเกตนักศึกษาในห้องเรียน พบว่านักศึกษาไม่กล้าถามในห้องเรียน, คำถามมักจะค้างในไลน์ส่วนตัว เนื่องจากไม่สะดวกตอบได้อย่างเรียลไทม์ และในสาระคำถามมีความคล้ายคลึงกับคำถามจากนักศึกษาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว การดำเนินการ มีการวางแผน 3 ระยะดังนี้ ขั้นเตรียมการ: ผู้สอนและทีมได้จัดทำคลังข้อมูลแนวทางบทสนทนา Dialogue ใช้แนวทาง Questions Base Learning จากคำถามเก่า ๆ ที่นักศึกษาเคยถามมา และเตรียมชุดการเรียนรู้เสริมในรูปแบบ Mind Map, Infographic และ Quiz ขั้นตอนสุดท้ายของขั้นเตรียมการ คือ การเตรียม Program ที่ใช้ในการพัฒนา คือ Line และ Dialog Flow ขั้นดำเนินการ: ดำเนินการแจ้งว่า Aj.Cat Assistant Chatbot เป็นเพียงสื่อเสริมของในรายวิชา ดังนั้นการเรียนการสอน โปรเจกต์กลุ่ม based learning รวมถึงสื่อเสริมในระบบ E-learning ยังคงมีตามปกติ เพียงแต่หากใครสอนใจสามารถแอดไลน์ และลองใช้บริการ ขั้นประเมิน: ครั้งแรกหลังจากที่ได้ให้นักศึกษาได้ลองใช้งาน ได้เสียงสะท้อนกลับมาว่าถามไปแต่ตอบไม่ตรงคำถาม ดังนั้นจึงเข้าไปแก้ที่ระบบ รวมถึงเปลี่ยนให้ Chatbot ตอบคำถามสั้น ๆ และพยายามตรวจสอบว่าคำถามไหนที่นักศึกษาถามมากที่สุด ซึ่งในขั้นประเมินผลนี้ อาจารย์ได้ทำการประเมิน 2 รอบ นั้นคือ การประเมินเพื่อประปรุง และการประเมินเพื่อโครงการ การประเมินเพื่อปรับปรุง ต้องสรุปสถิติการใช้งาน และสัมภาษณ์แบบสนทนากลุ่ม 3 รอบ ตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อเปิดตัว ครั้งที่สองหลังจากใช้ไประยะหนึ่ง และครั้งที่สามตอนที่จะปล่อยให้ใช้งานจริง รวมถึงการปรับปรุงคำถามและคำตอบ เมื่อสอบถามไปยังนักศึกษาถึงความพึงพอใจและข้อเสนอ ได้รับเสียงสะท้อนถึงประสิทธิภาพ ด้านการเรียนรู้ของผู้ใช้งาน รวมถึงด้านความพึงพอใจในการใช้งานอยู่ในระดับดีมาก อีกทั้งยังได้รับข้อเสนอมาว่าอยากให้ Chatbot มีฟังก์ชั่นของควิซ มากถึง 71.70% ประโยชน์ที่ได้รับ นักศึกษาได้ทบทวนเนื้อหา รวมถึงมีควิซที่จะช่วยพัฒนาความคิดและเรียนรู้จากคำเฉลย และสิ่งสำคัญคือ นักศึกษาจะได้รับคำตอบทันที และถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง อาจารย์ได้เปลี่ยนวิธีการช่วยนักศึกษาในชั้นเรียน และการใช้ควิซใน chatbot ส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเองทุกที่ ทุกเวลา และเช่นเดียวกับการที่ไม่ต้องคอยตอบสิ่งที่เป็นคำถามซ้ำ ๆ อาจารย์ปิดท้ายด้วยคำพูดของศาสตราจารย์ Paulo Blikstein ที่ว่า “The truth is we don't need more automation in education; we need less. The best use of technology is to creatively augment what teachers can do, not replace them.” แท้จริงแล้วเราอาจไม่ได้ต้องพวก AI มาทดแทนอาจารย์ แต่ตั้งใจที่จะใช้เทคโนโลยีในการสร้างศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ที่จะมาเสริมให้อาจารย์ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น อาจารย์ทิ้งท้าย ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ:https://www.youtube.com/watch?v=ddSRn9mf_Io&list=PLNnkly3VHgYb7Ket6dCghX-F44U-mDD5C&index=11 เรียบเรียงโดย ซูไรญา บินเยาะ (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • [UPDATE] รายชื่อนักศึกษาหายเกิดจากอะไร และทำอย่างไรได้บ้าง?

    เนื่องจากระบบ Course Portal ทำการ Sync รายชื่อนักศึกษา ตามฐานข้อมูลจากทางสำนักทะเบียน ซึ่งจะมีการอัพเดทข้อมูลมหาศาลเป็นรอบๆไป โดยในช่วงที่มีการชำระค่าเทอมนี้ พบกรณีที่มีการชำระล่าช้าหรือยังไม่ได้ชำระค่าเทอมจนทำให้นักศึกษาถูกถอดรายชื่อออกจากกระบวนวิชา และโดนลบออกจากคอร์ส LMS ต่างๆ วิธีแก้ไขสามารถทำอย่างไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ ในกรณีที่นักศึกษายังไม่ได้จ่ายค่าเทอมหรือจ่ายล่าช้าแก้ไขที่ต้นทางได้โดย วิธีการแก้ไขในกรณีที่นักศึกษายังไม่ได้จ่ายค่าเทอมหรือจ่ายล่าช้า สามารถแก้ไขได้โดยให้นักศึกษาจ่ายค่าเทอมให้เรียบร้อย วิธีนี้อาจารย์ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เมื่อระบบมีการอัพเดทข้อมูลแล้ว ก็จะถูกเพิ่มเข้าคอร์สโดยอัตโนมัติ โดยในปัจจุบัน เงื่อนไขการประมวลผลของทางสำนักทะเบียนมีดังนี้ หากจ่ายค่าเทอมภายใน 16.00 น. ระบบจะทำการเพิ่มรายชื่อเข้าระบบในวันถัดไป หากจ่ายเกิน 16.00น. ระบบจะเพิ่มรายชื่อในอีก 2 วันถัดไป แก้ไขที่ระบบ Course Portal เพื่อให้ระบบหยุดการนำนักศึกษาออกจากคอร์ส เนื่องจากการตั้งค่าเริ่มต้นของระบบ Course Portal Management จะทำการ Sync รายชื่ออัตโนมัติ โดยอ้างอิงฐานข้อมูลจากสำนักทะเบียนและประมวลผล ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการ เพิ่ม ถอนกระบวนวิชา หรือ กรณีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อของสำนักทะเบียนฯ (เช่น การจ่ายค่าเทอมล่าช้าจนถูกนำชื่ออกจากสำนักทะเบียน) ระบบของเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยวิธีการที่จะหยุดการอัพเดทรายชื่ออัตโนมัตินี้ สามารถทำได้โดยการปิดฟังก์ชั่นการ Sync ปิดการใช้งานการ เพิ่ม/ถอนรายชื่อนักศึกษา ตามภาพประกอบด้านล่าง แก้ที่ปลายทาง (บนระบบ LMS) ด้วย Role "Invited Student" อาจารย์สามารถเพิ่ม Role Invited Student ให้กับนักศึกษาในระบบ LMS Mango Canvas, CMu Exam ได้โดยเปลี่ยน Role จาก Student ให้เป็น Invited Student ซึ่งจะทำให้นักศึกษาไม่เข้าเงื่อนไขของการ Sync ข้อมูล กล่าวคือนักศึกษาที่ได้รับ Role นี้จะไม่ถูกนำเข้าหรือนำออกจากวิชา ซึ่งหากมีการถอนกระบวนวิชาในภายหลัง อาจารย์จะต้องเป็นผู้นำนักศึกษาที่มี Role Invited Student ออกจากคอร์สเอง หรือ เปลี่ยน Role ให้กลับมาเป็น Student เหมือนเดิม เพื่อให้ระบบสามารถอัพเดทข้อมูลให้ตรงกับทางสำนักทะเบียนได้ กรณีอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้ทำให้นักศึกษาไม่สามารถเข้าเรียนในคอร์สของอาจารย์ได้ Status Suspended กรณีนี้เิดจากการตั้งค่าช่วงเวลาการอนุญาตให้เข้าสู่คอร์สเรียนหมดอายุ อาจารย์สามารถ การเข้าใช้งานผิดแอคเค้าท์ของนักศึกษา ในบางกรณีนักศึกษามีการใช้งานผิดแอคเค้าท์บนอุปกรณ์ส่วนตัว ทำให้ไม่เห็นคอร์สที่ตนเองลงทะเบียนเรียนไว้ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ยังไม่ได้อัพเดททำให้เกิดความผิดพลาดบางอย่างในระบบได้ เช่น การเปลี่ยนรหะสนักศึกษา เปลี่ยนชื่อนามสกุล เปลี่ยน CMU mail เป็นต้น ทั้งนี้หากเกิดเหตุขัดข้องอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามทีมงานเพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ไขได้อย่างตรงจุด คำถามที่พบบ่อย ช่องทางติดต่อทีมงาน สามารถส่งข้อความผ่าน Facebook Page, Line OA, และ Chat Bubble(มุมขวาล่าง) ทุก Platfrom ไม่ว่าจะเป็น Course Portal, Website, Mango Canvas, CMU Exam) ได้แล้ววันนี้

bottom of page