SEARCH RESULTS
พบผลการค้นหา 83 รายการ
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จับมือ Meta เปิดตัวคอร์สออนไลน์ “ก้าวทันปัญญาประดิษฐ์ AI เพื่อชีวิตยุคใหม่” 🚀✨
เสริมทักษะรับยุค AI ให้คนไทย ! ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทอย่างมากต่อทุกภาคส่วนของสังคมไทย การรู้เท่าทัน AI กลายเป็นทักษะจำเป็นสำหรับคนไทยทุกกลุ่ม เพื่อสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU) ร่วมมือกับบริษัท เฟซบุ๊ก (ประเทศไทย) จำกัด (“Facebook ประเทศไทย”) และ Meta Platforms, Inc. (“Meta”) จัดทำคอร์สออนไลน์ “ก้าวทันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อชีวิตยุคใหม่” เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้เกี่ยวกับ AI ให้กับประชาชนทั่วไป นักศึกษา รวมถึงบุคลากรสายวิชาชีพในยุคดิจิทัล โดยหลักสูตรดังกล่าวออกแบบให้เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับข้อมูล AI ที่พบในชีวิตประจำวัน หรือการนำเครื่องมือ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ✨ สำหรับกิจกรรมเปิดตัวคอร์สออนไลน์นี้ จัดขึ้นในวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–12.00 น. ณ BUILDs ชั้น 2 อาคารศูนย์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายในงาน อ.ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน จากนั้น รศ. ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต รองอธิการบดีด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีการนำเสนอรายละเอียดและจุดเด่นของหลักสูตร “ก้าวทันปัญญาประดิษฐ์เพื่อชีวิตยุคใหม่” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัศมีทิพย์ วิตา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “AI for Everyday Life” ที่มีผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่ม SIG AI มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่ อ.ดร.อานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ รศ. ดร.สิริวุฒิ บูรณพิร อ.ดร.กมลภพ ศรีโสภา และตัวแทนจาก Meta คุณอิง ศิริกุลบดี มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในชีวิตประจำวัน คอร์สออนไลน์ “ก้าวทันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อชีวิตยุคใหม่” นี้ ✅ เรียนฟรี เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับ AI ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ✅ มีใบประกาศนียบัตรให้หลังเรียนจบ เหมาะสำหรับผู้สนใจทุกสาขา ลงทะเบียนเรียนฟรีได้แล้ววันนี้ที่: https://cmu.to/ai-for-everyday-life ร่วมก้าวไปข้างหน้ากับทักษะ AI เพื่ออนาคตสังคมไทยที่เท่าทันและใช้งาน AI ได้อย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ
- CMU LeX Camp 2025: ค่ายนานาชาติ 10 วัน จุดประกายเยาวชนสู่โลกแห่งนวัตกรรมยั่งยืน
เมื่อ “การเรียนรู้” ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียนและ “นวัตกรรม” ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจาก ความเข้าใจในผู้คนและสังคม —นั่นคือจุดเริ่มต้นของ CMU LeX Camp 2025 ค่ายนานาชาติที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดขึ้นร่วมกับ Singapore Polytechnic ตลอดระยะเวลา 11 วันเต็ม เพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีทั้ง “ความคิดสร้างสรรค์” “หัวใจแห่งการเปลี่ยนแปลง” และ “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” ผ่านกระบวนการ Design Thinking x Sustainable Innovation ภายในค่าย นักศึกษาจากทั้งสองประเทศได้เรียนรู้และทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การเข้าใจปัญหาชุมชนจริง (Empathy Study) การระดมความคิด (Ideation) การสร้างต้นแบบ (Prototyping) ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิดร่วมกับคนในพื้นที่ (Co-Creation) เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่ได้ทักษะการคิดและการลงมือทำเท่านั้น แต่ยังได้มิตรภาพ ความทรงจำ และแรงบันดาลใจที่จะพาเยาวชนก้าวต่อไปบนเส้นทางของการสร้าง “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” ✨ Highlights ของค่ายปีนี้ การเรียนรู้ Design Thinking อย่างเข้มข้นในรูปแบบสนุก เข้าใจง่าย การลงพื้นที่ชุมชนจริงในเชียงใหม่และลำพูน เพื่อฟังเสียงจากผู้คนที่เผชิญปัญหาจริง การทำงานร่วมกับเพื่อนต่างชาติ สร้างแนวคิดและต้นแบบนวัตกรรมร่วมกัน การนำเสนอผลงานในรูปแบบ Gallery Walk ที่โชว์แนวคิดสร้างสรรค์สู่สาธารณะ การเฉลิมฉลองมิตรภาพใน Farewell Party สุดอบอุ่น และปิดท้ายด้วยวันท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนา 💬 สรุปภาพรวม ตลอด 11 วันที่เข้มข้น CMU LeX Camp 2025 ได้พิสูจน์ว่า “การเรียนรู้ที่แท้จริง” เกิดจากการเปิดใจ เข้าใจผู้อื่น และกล้าที่จะลงมือทำ แม้จะเริ่มจากไอเดียเล็ก ๆ แต่เมื่อลงแรงร่วมกันระหว่างนักศึกษาจากสองประเทศ ไอเดียเหล่านั้นก็เติบโตเป็นนวัตกรรมที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้จริง ค่ายนี้จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมหนึ่งในช่วงปิดเทอม — แต่มันคือเวทีที่ปลุกพลังของเยาวชนให้ “คิด–สร้าง–ลงมือทำ” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม 🌱 บันทึกกิจกรรม CMU LeX Camp 2025:11 วันแห่งแรงบันดาลใจ “11 วัน 11 แรงบันดาลใจ — จากเพื่อนต่างชาติ สู่ไอเดียที่เปลี่ยนโลกได้จริง” การเดินทางของเยาวชนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเพื่อน ๆ จาก Singapore Polytechnic ที่ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์ Sustainable Innovation ไปด้วยกัน ผ่านการคิด ลงมือทำ และเข้าใจผู้คนอย่างลึกซึ้งตลอด 11 วันเต็ม รายละเอียดกิจกรรมอัดแน่นจัดเต็มแค่ไหนไปดูกัน 🩵 Day 1 — จุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจ หัวข้อ: Design Thinking for Sustainable Innovationเริ่มต้นวันแรกด้วยการเรียนรู้แนวคิด Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหา และมองเห็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน 💬 “ไอเดียที่ดีไม่ได้เริ่มจากความบังเอิญ แต่มาจากการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน” กิจกรรมวันแรก: เรียนรู้ Design Thinking สำหรับการพัฒนา Sustainable Innovation ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงถึงจะคิดไอเดียใหม่ๆ ที่ทั้งเจ๋งและยั่งยืนมาร่วมกิจกรรมนี้กันเลย! กิจกรรมนี้จะพาเราไปทำความรู้จักกับ “Design Thinking” ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่ช่วย ให้เราคิดไอเดียใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์จริงๆ โดยไม่ใช่แค่การนั่งฟังบรรยาย แต่จะได้ จับกลุ่ม มาคิด มาคุยกัน แลกเปลี่ยนไอเดียและแก้ปัญหากันแบบจริงจัง! มาร่วมเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไปกับเพื่อนๆ แบบไม่เครียดเลย! บอกเลยว่าได้ทั้งความรู้ และสนุกแน่นอน! 💚 Day 2 — มิตรภาพที่งอกงาม และพลังแห่งการร่วมคิด หัวข้อ: Icebreaking & Challenge Kick-offเพื่อนๆ จากสิงคโปร์เดินทางมาถึง พร้อมกิจกรรมละลายพฤติกรรม และเริ่มต้นโจทย์ใหญ่ระดับโลก “เราจะสร้างนวัตกรรมยั่งยืนได้อย่างไร?” 💬 “ทุกนวัตกรรมยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากทีมเล็ก ๆ ที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน” ก้าวแรกของมิตรภาพใหม่ และจุดเริ่มต้นของไอเดียเปลี่ยนโลก วันนี้เพื่อนๆ จากสิงคโปร์มาถึงแล้ว และเราก็เริ่มต้นการเดินทางไปกับ Design Thinking อย่างเต็มพลัง พร้อมเปิดทุกความคิดสร้างสรรค์แล้ว กิจกรรมช่วงเช้า: เริ่มด้วย Icebreaking games จากเพื่อนๆฝั่งไทย สนุกๆ ที่ทำให้ทุกคนรู้จักกันแบบไม่เขิน จากคนแปลกหน้า กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมได้ในพริบตา! กิจกรรมช่วงบ่าย: ลงสนามจริง! เข้ากลุ่มทำความเข้าใจโจทย์ใหญ่ระดับโลก "เราจะใช้ Design Thinking เพื่อสร้าง Sustainable Innovation ยังไง?" ไม่ใช่แค่นั่งฟัง แต่ได้คิด ได้คุย ได้ลงมือแก้ปัญหาจริง มาค่ายนี้ ไม่ใช่แค่ได้เพื่อนต่างประเทศ แต่ยังได้ทักษะการคิด การออกแบบ และแรงบันดาลใจแบบเต็มสิบ! 💙 Day 3 — เข้าใจโลก เข้าใจคน หัวข้อ: Empathy Study – ลงพื้นที่ชุมชนจริงนักศึกษาลงพื้นที่เรียนรู้ชีวิต วัฒนธรรม และปัญหาของชุมชนในเชียงใหม่และลำพูน เพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้คน 💬 “ก่อนจะออกแบบเพื่อใคร ต้องเริ่มจากการเข้าใจหัวใจของเขาให้ได้ก่อน” เข้าใจโลก เข้าใจคน จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมเปลี่ยนอนาคต #empathystudy วันนี้เราออกเดินทางจากห้องเรียน ไปสู่ “พื้นที่จริง” เจอผู้คนจริง ปัญหาจริง และเรื่องราวจริงที่ไม่มีในตำรา กิจกรรมช่วงเช้า: ลงพื้นที่ชุมชน ทั้งชุมชนช้างม่อย เชียงใหม่ , ชุมชนสารภี เชียงใหม่ และชุมชนอุโมงค์ ลำพูน ฟังเสียงของคนในท้องถิ่น เข้าใจวิถีชีวิต วัฒนธรรม ปัญหา และความหวังของแต่ละชุมชน ไม่ใช่แค่เดินผ่าน แต่เรา "หยุดฟัง" และ "เรียนรู้" จากสิ่งที่เขาเผชิญ และได้ทำกิจกรรมที่เรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชม อย่างเช่น ตุงไส้หมู นำกลับมาเป็นที่ระลึกอีกด้วย กิจกรรมช่วงบ่าย: เก็บข้อมูล ลงลึกด้วยใจ กลับมาวิเคราะห์ ร่วมกันกับเพื่อนๆ จาก Singapore Polytechnic เพื่อหาคำตอบว่า... "เราจะใช้ Design Thinking ในการสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืนได้ยังไง?" ไม่ใช่แค่ออกแบบให้สวย แต่ต้องออกแบบให้ ตรงจุด เจอใจ และมีผลจริง นวัตกรรมจะยั่งยืนได้ ถ้าเราเริ่มจาก “ความเข้าใจ” 💛 Day 4 — ฟังให้ลึกกว่าที่ตาเห็น หัวข้อ: Empathy Deep Diveทุกทีมได้ถอดรหัสข้อมูลจากพื้นที่ วิเคราะห์ปัญหา และสกัด “Insight” เพื่อเข้าใจแก่นของความต้องการอย่างแท้จริง 💬 “การฟังคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของนักออกแบบ” ก้าวเข้าสู่หัวใจของชุมชน — เพื่อค้นหาเรื่องราวจริงที่มีความหมาย และเข้าใจให้ลึกกว่าที่เคย #empathystudy กิจกรรมช่วงเช้า: พวกเราลงพื้นที่ทำ Empathy Study ไปพูดคุยกับตัวแทนของชุมชนจริงๆ ฟังเขาเล่าเรื่องชีวิต ปัญหา ความหวัง และมุมมองของพวกเขาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว มันไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่มันคือ การสร้างสายสัมพันธ์และเรียนรู้จากมุมมองของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัญหานั้นทุกวัน เราจึง ไม่ได้แค่ “เห็น” แต่เรา “เข้าใจ” กิจกรรมช่วงบ่าย: เมื่อกลับมาที่แคมป์ พวกเราก็นำข้อมูล ความรู้สึก และเรื่องราวที่ได้จากพื้นที่ กลับมาถอดรหัส วิเคราะห์ และเจาะลึก เพื่อค้นหา “Insight” หรือประเด็นสำคัญที่จะช่วยต่อยอดสู่แนวคิด ในการพัฒนา Sustainable Innovation ให้ตอบโจทย์และเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนได้จริง เพราะสุดท้ายแล้ว… การออกแบบสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด ไม่ได้เริ่มจากแค่คำถามว่า “เราจะสร้างอะไร” แต่มันเริ่มจากคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า “ผู้คนต้องการอะไรจริงๆ?” และ “เราจะช่วยเขาได้อย่างไร?” 🧡 Day 5 — เรียนรู้จากโลกจริง หัวข้อ: Local Immersion & Reflectionทีมงานร่วมกิจกรรมท้องถิ่นในงาน One Stop Shopping Expo Chiangmai พร้อมสรุปบทเรียนจาก Empathy Study เพื่อเตรียมเข้าสู่การสร้างสรรค์แนวคิด 💬 “แรงบันดาลใจอยู่ทุกที่ หากเราเปิดใจมองด้วยความเข้าใจ” เจาะลึกให้มากขึ้นอีกขั้น เพื่อเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง และขยับเข้าใกล้นวัตกรรมที่ยั่งยืนกว่าเดิม! #empathystudy Special Activity: นอกจากการเรียนรู้ในเชิงลึก วันนี้ยังมีโอกาสพิเศษ ได้เข้าร่วมงาน One Stop Shopping Expo Chiangmai ที่จัดขึ้น ณ เทศบาลตำบลอุโมงค์ทั้งสนุก ทั้งได้เปิดโลกการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น และยังเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญที่เติมเต็มไอเดียของพวกเราในแคมป์นี้! กิจกรรมช่วงบ่าย: เรากลับเข้าสู่ห้องเรียนรู้ของพวกเราอีกครั้ง เพื่อสรุปบทเรียนทั้งหมดที่ได้จากกระบวนการ Empathy Study และเตรียมพร้อมสู่การพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ชุมชนได้จริง ❤️ Day 6 — จากแรงบันดาลใจสู่แนวคิด หัวข้อ: Concept Development & Ideationเข้าสู่ช่วงของการระดมความคิดและสร้างแนวทางนวัตกรรม โดยมี Industry Talk จากผู้ประกอบการจริงที่สร้างสังคมด้วยนวัตกรรม 💬 “ทุกไอเดียเริ่มเล็กได้ แต่ถ้าเรากล้าลงมือ มันจะเติบโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ต่อยอดไอเดียให้เป็นนวัตกรรมจริง — เมื่อการเรียนรู้มาบรรจบกับแรงบันดาลใจจากของจริง! #ConceptDevelopment #Ideation วันนี้คืออีกก้าวสำคัญของการเดินทาง — ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนของ Concept Development & Ideation ที่พวกเราจะเริ่มร่างแนวคิดของ Sustainable Innovation ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น! Special Activity: เพื่อจุดประกายความคิดให้ไกลกว่าเดิม เราได้เข้าร่วมกิจกรรม Industry Talk โดยวิทยากรพิเศษที่เคยเผชิญกับปัญหาจริง และสามารถเปลี่ยนปัญหาเหล่านั้นให้กลายเป็น “โอกาส” สร้างสรรค์เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมได้อย่างแท้จริง เสียงเล่าและประสบการณ์จากผู้ลงมือทำจริง คือแรงบันดาลใจที่ทรงพลังที่สุดในการคิดนวัตกรรมของเราในวันนี้ กิจกรรมช่วงบ่าย: หลังจากได้รับพลังบวกและไอเดียใหม่ ๆ พวกเราก็ร่วมกันระดมความคิด ต่อยอดเป็นคอนเซ็ปต์นวัตกรรม และนำเสนอแนวคิดเหล่านั้นต่อเพื่อน ๆ เพื่อรับฟังมุมมองและความคิดเห็นที่จะช่วยพัฒนาไอเดียให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น! 💜 Day 7 — ปั้นความคิดให้จับต้องได้ หัวข้อ: Concept Presentation & Feedbackทุกทีมพัฒนาแนวคิดและเริ่มวางแผน Prototype พร้อมนำเสนอให้เพื่อนและอาจารย์ให้คำแนะนำ 💬 “ทุกคำแนะนำคือเชื้อไฟ ที่หล่อหลอมให้นวัตกรรมดีขึ้นกว่าเดิม” จากไอเดียสู่การลงมือทำ — ก้าวสู่การสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ยั่งยืน! #ConceptDevelopment #Prototyping วันนี้เราจะก้าวไปอีกขั้นกับการทำ Concept Development & Prototyping เพื่อให้ไอเดียที่เรามีสามารถเป็นจริงขึ้นมา! กิจกรรมช่วงเช้า: เราจะเริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวสำหรับการ Ideation Preparation ทำงานร่วมกันในทีมเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่จะลงมือสร้างต้นแบบจริง ผ่านการระดมความคิดและการวางแผนเพื่อให้ไอเดียของเราสามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่! กิจกรรมช่วงบ่าย: หลังจากเตรียมความพร้อมเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราจะได้มีโอกาส Present Ideation Concept เพื่อแสดงแนวคิดของแต่ละกลุ่มให้เพื่อนๆ และอาจารย์ได้เห็น และรับฟังคำแนะนำจากทุกคนที่จะช่วยให้ไอเดียของเราเติบโตไปในทิศทางที่ดีที่สุด! 💗 Day 8 — ลงมือสร้างจริง หัวข้อ: Prototypingเริ่มลงมือสร้างต้นแบบ (Prototype) จากแนวคิดที่ผ่านการปรับปรุง พร้อมรับคำแนะนำจากทีม Singapore Polytechnic และวิทยากร 💬 “ไอเดียจะไม่มีค่า หากเราไม่กล้าที่จะเริ่มสร้าง” สร้างสิ่งใหม่จากแนวคิดสู่ต้นแบบที่จับต้องได้ — วันนี้เราจะลงมือทำ! #Prototyping วันนี้เราจะเริ่มต้นขั้นตอน Prototyping อย่างเต็มตัว เพื่อให้ไอเดียที่เราเตรียมมาเป็นจริงขึ้นมา! กิจกรรมช่วงเช้า: เราจะยังคงทำ Ideation Preparation กันต่อไปโดยการรวบรวมความคิดจากทุกคนในแคมป์มาร่วมกัน นักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และนักศึกษาจากสิงคโปร์จะมาร่วมมือกันระดมความคิดและทำงานเป็นทีมเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อมในการสร้าง Prototype เราจะได้ร่วมกันพัฒนาไอเดียให้ดีที่สุด! กิจกรรมช่วงบ่าย: หลังจากเตรียมความพร้อมกันเสร็จแล้ว เราจะได้ Present Prototype อีกครั้ง เพื่อแสดงต้นแบบที่พวกเราทำขึ้นและรับคำแนะนำจากเพื่อนๆ และวิทยากร เพื่อให้ทุกคนได้พร้อมสำหรับการ Co-Creation ต่อไป! 💖 Day 9 — ร่วมสร้างนวัตกรรมกับชุมชน หัวข้อ: Co-Creation with Communityนำ Prototype กลับไปพรีเซนต์ให้ชุมชนดู รับฟังมุมมองจริง และร่วมปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ 💬 “นวัตกรรมที่ยั่งยืนที่สุด คือสิ่งที่ชุมชนอยากใช้และภูมิใจในมัน” การร่วมมือที่แท้จริง — สร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชน! #CoCreation วันนี้เราเดินเข้าสู่ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด — Co-Creation นำแนวคิดที่กลับมาพรีเซนต์ให้ชุมชนเพื่อทำงานร่วมกัน กิจกรรมช่วงเช้า: เรานำ Prototype ที่เราร่วมกันพัฒนาโดยนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และนักศึกษาจากสิงคโปร์ กลับไปพรีเซนต์ให้กับชุมชนที่เราได้ร่วมฟังปัญหากันมาก่อน การได้รับความคิดเห็นจากคนในชุมชนจะทำให้เราได้เห็นมุมมองที่แตกต่าง และช่วยให้แนวคิดของเราไปในทิศทางที่ดีขึ้น กิจกรรมช่วงบ่าย: เมื่อกลับมาที่แคมป์แล้ว เราจะได้กลับมาทบทวนความคิดเห็นจากคนในชุมชน และปรับแก้ Prototype ให้ดีขึ้น การทำให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นว่าเราฟังความคิดเห็นพวกเขา แต่ยังช่วยพัฒนา Sustainable Innovation ให้มีความหมายมากขึ้นในชีวิตจริง! 💫 Day 10 — แสดงผลงานและเฉลิมฉลองความสำเร็จ หัวข้อ: Gallery Walk & Farewell Partyนำเสนอผลงานในรูปแบบนิทรรศการ พร้อมเฉลิมฉลองความสำเร็จและมิตรภาพในค่ำคืน Farewell Party อันอบอุ่น 💬 “สิ่งที่เราสร้างอาจสิ้นสุด แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้และมิตรภาพจะอยู่ตลอดไป” การแสดงผลงานที่เป็นผลจากการร่วมมือ — ผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ที่ลงมือทำ! #GalleryWalk วันนี้เป็นวันที่เราจะนำ Prototype ที่พวกเราร่วมมือกันพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาจริงๆ จากความคิดเห็นของคนในชุมชนมานำเสนอในงาน Gallery Walk นี่คือโอกาสที่พวกเราจะแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและเป็นผลจากกระบวนการ Co-Creation ที่ทุกคนได้ร่วมมือกันตั้งแต่แรก Gallery Walk ไม่ใช่แค่การแสดงผลงาน แต่เป็นการโชว์ถึงการทำงานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ทุกคนจากภายนอกจะได้เห็นถึงนวัตกรรมที่แปลกใหม่ พร้อมทั้งแรงบันดาลใจในการนำไปใช้ในชีวิตจริง เชื่อว่าผลงานที่พวกเราสร้างขึ้นจะสามารถกระตุ้นความคิดใหม่ๆ และช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เข้าชม! การส่งท้ายความสำเร็จ และมิตรภาพที่ไม่รู้ลืม! หลังจากที่พวกเราผ่านการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งค่าย มาถึงวันนี้เวลาแห่งการเฉลิมฉลองก็มาแล้ว! Farewell Party ของเราจะเป็นการสังสรรค์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำ และการขอบคุณสำหรับการร่วมมือที่ยอดเยี่ยมจากเพื่อนๆ ทุกคน ปีนี้เรามีโอกาสได้จัดงานใน โรงแรมฟูราม่าเชียงใหม่ ที่มีความหรูหราและอบอุ่นอย่างลงตัว พร้อมกับ อาหารบุฟเฟ่ต์ ที่คัดสรรมาอย่างดี และที่สำคัญคือ กิจกรรมสนุกสนาน ที่จะทำให้ปาร์ตี้นี้เป็นค่ำคืนที่ทุกคนจะไม่ลืม! ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเก็บความทรงจำดีๆ ที่เราจะได้ร่วมกันสร้างหรือการ ร้องคาราโอเกะ ที่จะทำให้ทุกคนสนุกสุดเหวี่ยงจนลืมเวลา แต่เหนือสิ่งอื่นใด ค่ำคืนนี้คือการเฉลิมฉลองกับมิตรภาพที่แท้จริง เราจะขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำให้ CMU Lex Camp 2025 เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดและจะเป็นความทรงจำที่เราไม่สามารถลืมได้ มาร่วมสนุกใน Farewell Party ไปด้วยกันนะ ทั้งความสนุกและการเรียนรู้ที่เราได้รับในค่ายนี้จะติดตัวไปตลอดชีวิต! 🤍 Day 11 — ปิดท้ายด้วยความทรงจำ หัวข้อ: Fun Travel Dayเดินทางท่องเที่ยว เรียนรู้วัฒนธรรมล้านนา และเก็บช่วงเวลาสุดท้ายกับเพื่อนๆ จากสิงคโปร์ ก่อนกลับประเทศ 💬 “การเดินทางสิ้นสุดลง แต่เรื่องราวของเรายังคงเดินต่อในใจ” กิจกรรมส่งท้าย: วันเที่ยวสุดสนุก #FunTravelDay หลังจากที่เราได้ทำงานร่วมกันในโครงการที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้มากมาย วันนี้คือวันที่เราจะพาเพื่อนๆ ทั้งจากไทยและสิงคโปร์ออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ! กิจกรรมส่งท้ายนี้จะพาเราไปเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนาและกิจกรรมพื้นถิ่นที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ วันสบายๆ ที่เราจะได้ท่องเที่ยวไปด้วยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตและการเฉลิมฉลองในแบบล้านนามันเป็นวันแห่งความสุขที่เราได้อยู่กับเพื่อนๆ แบบเต็มที่ ก่อนที่จะต้องส่งเพื่อนๆจากสิงคโปร์กลับบ้าน การเดินทางครั้งนี้จะเป็นความทรงจำที่เราจะเก็บไว้ในใจและนำกลับไปใช้ในอนาคตอย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกๆ คนที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์และมิตรภาพที่น่าจดจำในค่ายนี้! วันสุดท้ายกับเพื่อนๆ ชาวสิงคโปร์สุดน่ารัก! วันนี้เป็นวันที่ต้องกล่าวลาเพื่อนๆ จากสิงคโปร์ของเรา เป็นวันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งเศร้าและมีความสุขในเวลาเดียวกัน ถึงแม้จะต้องจากกัน แต่เราก็รู้สึกขอบคุณสำหรับทุกๆ ความทรงจำที่เราได้สร้างร่วมกันในช่วงเวลาที่พิเศษนี้ ขอให้เพื่อนๆ เดินทางกลับสิงคโปร์โดยปลอดภัย และหวังว่าจะได้เจอกันใหม่ในไม่ช้า! 🌿 สรุปส่งท้าย: จากค่ายหนึ่งสู่แรงบันดาลใจตลอดชีวิต ตลอด 11 วันที่ผ่านมา ค่าย CMU LeX Camp 2025 ไม่ได้เพียงมอบประสบการณ์การเรียนรู้เชิงนวัตกรรม แต่ยังเป็น “การเดินทางภายในใจ” ของเยาวชนทุกคนที่ได้เรียนรู้จะฟัง เข้าใจ และร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้โลกใบนี้ จากความไม่รู้กลายเป็นความเข้าใจจากเพื่อนต่างชาติกลายเป็นครอบครัวเดียวกันและจากไอเดียเล็ก ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ขยายต่อได้ไม่มีที่สิ้นสุด 🌈 “เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากใครคนเดียว — แต่มาจากทุกคนที่กล้าคิดและลงมือทำร่วมกัน” ติดตามกิจกรรมใหม่ๆ และ ค่านครั้งถัดไปของ InnoMind Lab CMU ได้ที่
- InnoMind Lab – "Learning Design Operation ร่วมออกแบบสมรรถนะและแนวทางจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้าง CMU Innovative Changemaker"
เพราะการพัฒนานักศึกษา คือการช่วยเสริมพลังความรู้ ทักษะ และทัศนคติให้เด็กๆ พร้อมที่จะออกไปพบกับโลกของการทำงาน และการใช้ชีวิตจริงหลังจบการศึกษา และเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น … คนที่จะบอกเราได้ว่า ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ใดบ้าง ที่สำคัญกับเด็กๆ ก็คือ stakeholder ที่เกี่ยวข้อง ... จึงเป็นที่มาของ "Learning Design Operation ร่วมออกแบบสมรรถนะและแนวทางจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้าง CMU Innovative Changemaker" จุดเริ่มต้นของการออกแบบครั้งนี้ คือกิจกรรม Learning Design Operation ซึ่งรวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ของนักศึกษามช. ไม่ว่าจะเป็น ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ใช้บัณฑิต ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) คณาจารย์จากสายวิทย์เทคโนโลยี วิทย์สุขภาพ และสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 ณ ห้อง Active Classroom 1 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) โดยมีทีมฟาซิลิเตเตอร์จาก บริษัท BlackBox จำกัด มาร่วมอำนวยกระบวนการพูดคุย เพื่อเปิดมุมมองอย่างลึกซึ้งถึงความคาดหวัง ทักษะที่จำเป็น อุปสรรค และความท้าทายที่ผู้มีส่วนร่วมมองเห็นในการพัฒนา “นักสร้างการเปลี่ยนแปลง” รุ่นใหม่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นี่คือก้าวแรกของการรวมพลัง “ออกแบบเพื่ออนาคตนักศึกษา” ที่ไม่เพียงฟังเสียงจากอาจารย์และผู้ประกอบการเท่านั้นแต่ยังตั้งใจจะเดินหน้าต่อไป เพื่อรับฟังมุมมองจากกลุ่มอื่น ๆ ในระบบนิเวศของการเรียนรู้ต่อเนื่อง เช่น หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา สำนักพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำนักยุทธศาสตร์ ฯลฯทุกความคิดเห็นจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการต่อภาพให้สมบูรณ์ว่า “นศ.มช. แบบไหนคือคนที่โลกต้องการ” InnoMind Lab CMU กำลังเดินหน้าพัฒนา “เฟรมเวิร์คการเรียนรู้” เพื่อเสริมพลังให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้เติบโตเป็น Innovative Changemaker — คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ เข้าใจปัญหาสังคม และพร้อมลงมือเปลี่ยนแปลงโลกจริง เพราะ “การพัฒนานักศึกษา” ไม่ได้หมายถึงแค่การเรียนในชั้นเรียน แต่คือการเสริม ความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ให้พวกเขาพร้อมเผชิญโลกแห่งการทำงานและชีวิตหลังจบการศึกษาอย่างมั่นใจ และมีหัวใจที่อยากสร้างประโยชน์ให้สังคม ภาพกิจกรรม Learning Design Operation วันที่ 9 สิงหาคม 2568 ณ ห้อง Active Classroom 1 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) โดยมีทีมฟาซิลิเตเตอร์จาก บริษัท BlackBox จำกัด 🎓 Experiential Learning Design: ฟังเสียงนักศึกษา ผู้เรียนคือผู้ออกแบบ อีกหนึ่งช่วงสำคัญของการพัฒนาเฟรมเวิร์คครั้งนี้ คือการเปิดพื้นที่ให้ นักศึกษามช. จากหลากหลายคณะ ได้มาร่วมกันออกแบบแนวคิดการเรียนรู้ในกิจกรรม Learning Design Operation จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ณ ห้อง Active Classroom 1 อาคาร TLIC ในกิจกรรมนี้ น้อง ๆ นักศึกษาได้ช่วยกันฉายภาพ “นักศึกษามช.” ในมุมมองของพวกเขาเอง โลกในอนาคตที่กำลังจะก้าวออกไปเผชิญ ทักษะและคุณสมบัติที่อยากพัฒนาเพื่อให้พร้อมสำหรับการทำงาน รวมถึง “วิธีการเรียนรู้แบบไหน” ที่ตอบโจทย์และสร้างแรงบันดาลใจได้จริง บรรยากาศเต็มไปด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และเสียงหัวเราะตลอดสามชั่วโมงของการระดมความคิดโดยมีทีม BlackBox ร่วมอำนวยกระบวนการและสรุปประเด็นสำคัญ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลสู่ต้นแบบของ “CMU Innovative Changemaker” — นักศึกษามช.ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ภาพกิจกรรม Experiential Learning Design วันที่ 10 สิงหาคม 2568 ณ ห้อง Active Classroom 1 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) โดยมีทีมฟาซิลิเตเตอร์จาก บริษัท BlackBox จำกัด 🌱 จากเสียงของทุกภาคส่วน สู่ต้นแบบการเรียนรู้เพื่ออนาคต ข้อมูลทั้งหมดจากหน่วยงานในมหาวิทยาลัย อาจารย์ ผู้ประกอบการ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และชุมชนที่เป็นพื้นที่เรียนรู้กำลังถูกนำมาประมวลและสังเคราะห์โดยทีม InnoMind Lab CMU เพื่อออกแบบ กรอบสมรรถนะ (Competency Framework) และแนวทางจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ที่จะเสริมพลัง “ความรู้ – ทักษะ – ทัศนคติ” ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ InnoMind Lab CMU ไม่ได้ทำแค่ “จัดค่าย”แต่กำลัง “สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับนักศึกษา เครือข่ายชุมชน ผู้ประกอบการเชิงสังคม คณาจารย์ และหน่วยยุทธศาสตร์ต่าง ๆ”เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายเดียวกัน — การสร้าง CMU Innovative Changemaker เยาวชนที่พร้อมคิด ลงมือทำ และเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดียิ่งขึ้น การเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “InnoMind Journey” ที่จะพาเราไปต่อยอดแนวคิดจนเกิดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่ช่วยเสริม DNA ของนักสร้างการเปลี่ยนแปลง CMU Changemaker ได้อย่างแท้จริง 🌟 “เพราะการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากความเข้าใจ และความเข้าใจเริ่มต้นจากการฟัง” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ InnoMind LAB CMU คลิก
- InnoMind LAB – CMU LeX Camp 2024: เรียนรู้–เข้าใจ–สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อชุมชน (Learning Express Camp 2024)
Learning Express Camp (LeX Camp) คือค่ายเรียนรู้ด้าน Sustainable Innovation ที่จัดขึ้นตลอดระยะเวลา 12 วัน โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Singapore Polytechnic (SP) ค่ายนี้ได้รวมเยาวชนกว่า 60 คน จากสองประเทศ มาทำงานร่วมกันเพื่อเข้าใจปัญหาของ 3 ชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ผ่านกระบวนการ Design Thinking พร้อมสร้างแนวทางแก้ปัญหาที่สามารถพัฒนาได้จริงอย่างยั่งยืน สิ่งที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้ : 1. ได้เรียนรู้และฝึกการใช้ Design Thinking เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ยั่งยืน 2. ได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม 3. ได้ฝึกภาษาอังกฤษในการทำงานร่วมกับนักศึกษา SP 4. ได้เพื่อนใหม่จากมช. และ SP 5. ได้รับประสบการณ์ในการช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้อื่น เรียนรู้บทบาทของการเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง (Change Maker) 6. ได้รับ certificate จาก SP x CMU 💡 จากการเรียนรู้ สู่การลงมือทำ ตลอดช่วงเวลาของค่าย นักศึกษาทั้งสองสถาบันได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของกระบวนการ Design Thinking ตั้งแต่ การทำความเข้าใจผู้คน (Empathy) การวิเคราะห์ปัญหา (Define) การระดมความคิด (Ideate) การสร้างต้นแบบ (Prototype) ไปจนถึงการทดสอบและปรับปรุง (Test) โดยในแต่ละวัน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ลงพื้นที่สัมผัสชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด และร่วมกันพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่พบ — ตั้งแต่ประเด็นสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ไปจนถึงวิถีชีวิตท้องถิ่น 🤝 การร่วมมือข้ามพรมแดน หนึ่งในหัวใจสำคัญของค่ายนี้คือ “การเรียนรู้ร่วมกัน” ระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเพื่อน ๆ จาก Singapore Polytechnicแม้จะต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่ทุกคนกลับใช้ความตั้งใจและความคิดสร้างสรรค์เป็นภาษากลางกิจกรรมกลุ่มและเวิร์กช็อปต่าง ๆ ทำให้เกิดมิตรภาพใหม่ ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจร่วมกัน 💬 “เราไม่ได้แค่เรียนรู้เรื่องนวัตกรรม แต่เรียนรู้ที่จะฟังและเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริง” — หนึ่งในผู้เข้าร่วมค่ายกล่าวไว้ 🌱 ผลลัพธ์ที่มากกว่าโครงงาน สิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้รับจาก CMU LeX Camp 2025 ไม่ได้มีเพียงความรู้ด้านการคิดเชิงออกแบบ แต่ยังรวมถึง การฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมในสภาพแวดล้อมนานาชาติ การใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติในการทำงานจริง การเข้าใจบทบาทของ “นักสร้างการเปลี่ยนแปลง” (Change Maker) ที่ไม่หยุดอยู่แค่แนวคิด การสร้างมิตรภาพข้ามพรมแดน และแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาโลกให้ดีกว่าเดิม และเมื่อจบค่าย ทุกคนยังได้รับ Certificate of Participation จากทั้ง SP x CMU เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จในการเรียนรู้ครั้งนี้ ✨ เส้นทางของผู้กล้าที่เปิดใจ CMU LeX Camp 2025 คือประสบการณ์ที่สอนให้ทุกคน “กล้าเรียนรู้สิ่งใหม่”ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับคนในชุมชน การคิดร่วมกับเพื่อนต่างชาติ หรือการสร้างสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนทุกก้าวของค่ายนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย การเติบโต และรอยยิ้ม 🌈 “เรามาเริ่มต้นสร้างโลกที่ยั่งยืนไปด้วยกัน — หนึ่งไอเดียเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนอนาคตได้” 📸 บันทึกภาพความประทับใจใน CMU LeX Camp 2025 พิธีเปิดและกิจกรรม ice breaking ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชน กิจกรรม gallery walk นำเสนอผลงานนวัตกรรมของนักศึกษา พิธีปิดและมอบของที่ระลึก ติดตามกิจกรรมใหม่ๆ และ ค่านครั้งถัดไปของ InnoMind Lab CMU ได้ที่
- ประกาศรายชื่อคุณครูที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม DATA x STEM with GoGo Board & Vernier Sensors
ภายใต้โครงการวิจัยการเรียนรู้วิทยาการข้อมูลด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจวัดแบบประดิษฐ์และนำกลับไปใช้ ตามที่โครงการวิจัยการเรียนรู้วิทยาการข้อมูลด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจวัดแบบประดิษฐ์และนำกลับไปใช้ (Learning Data Science with Make-and-Take Sensing Kits) ได้เปิดรับสมัครครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา ตอนต้นในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม “DATA SCI x STEM with GoGo Board & Vernier” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูได้เรียนรู้และทดลองใช้การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ผ่านการประยุกต์ใช้ GoGo Board ร่วมกับอุปกรณ์ Vernier และเสริมสร้างความเข้าใจด้าน วิทยาการข้อมูล (Data Science) ควบคู่กับการบูรณาการความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (hands- on learning) ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 ตุลาคม 2568 ณ ห้อง EZ Active Classroom 1 ชั้น 2 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทางโครงการจึงขอประกาศรายชื่อครูที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม“DATA SCI x STEM with GoGo Board & Vernier” จำนวน 18 คน ดังไฟล์แนบมานี้ ทั้งนี้ ขอให้ครูทุกท่านที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม “DATA SCI x STEM with GoGo Board & Vernier” ซึ่งมีกำหนดการจัดขึ้นใน วันที่ 23 – 24 ตุลาคม 2568 ณ ห้อง EZ Active Classroom 1 ชั้น 2 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรุณาส่งแบบตอบรับ Google Form ยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ภายในวันที่ 13 ตุลาคม 2568 หากพ้นวันและเวลาดังกล่าว ถือว่า สละสิทธิ์ https://cmu.to/GoGoxVernier กำหนดการจัดขึ้นใน วันที่ 23 – 24 ตุลาคม 2568 ณ ห้อง EZ Active Classroom 1 ชั้น 2 อาคารศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- Innovator Maker Camp: จุดประกายความคิด สร้างนวัตกรรุ่นเยาว์แห่งภาคเหนือ
“เมื่อเด็กได้ลงมือสร้าง โลกแห่งความคิดก็เริ่มขยับ” Innovator Maker Camp คือกิจกรรมการพัฒนาการเรียนรู้แบบ STEM Robotic สำหรับเด็กและเยาวชนในภูมิภาคเหนือจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ผ่านการออกแบบ สร้าง และเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์ด้วยตนเอง ค่ายนี้ได้รับการสนับสนุนโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ ศูนย์ STEM มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STEM Center CMU) ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Learning by Doing) และการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็น “นวัตกรผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีแห่งอนาคต” 🧩 แนวคิดและความสำคัญของค่าย ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เยาวชนจำเป็นต้องมีทักษะที่มากกว่าความรู้ในตำรา Innovator Maker Camp จึงถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Problem Solving) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) โดยใช้ หุ่นยนต์และเทคโนโลยี STEM เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ให้เยาวชนได้ลองผิดลองถูก สร้างสิ่งประดิษฐ์ของตนเอง และเรียนรู้จากกระบวนการคิด ทดลอง และลงมือทำจริง ⚙️ กิจกรรมภายในค่าย เวิร์กช็อป Robotics & Coding ฝึกทักษะการออกแบบ เขียนโปรแกรม และประกอบหุ่นยนต์เพื่อสร้างชิ้นงานที่ตอบโจทย์สถานการณ์จริง เช่น การช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมหรือชุมชน Maker Challenge ภารกิจท้าทายที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ประยุกต์ความรู้ STEM เพื่อแก้ปัญหาด้วยแนวคิดนวัตกรรม กิจกรรม Team Building & Presentation เสริมทักษะการทำงานร่วมกันและการนำเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์
- ค่ายอิคคิวซัง (IKKQ Camp): จุดประกายความคิด สร้างนวัตกรแห่งอนาคต
ค่ายอิคคิวซัง (IKKQ Camp) เป็น กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเยาวชนจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมในเขตพื้นที่ภาคเหนือ จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์สะเต็มศึกษาจากศูนย์นวัตกรรมการสอนและการเรียนรู้ (TLIC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เส้นทางการพัฒนา: จากปี 2023 สู่ 2025 ค่ายอิคคิวซังจัดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 – 2025 โดยในแต่ละปีจะมีการปรับรูปแบบและกิจกรรมให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ของเยาวชนยุคใหม่ IKKQ Camp 2023 : จุดเริ่มต้นของค่ายแห่งการ “คิดให้ไกล เห็นให้ลึก” เน้นการฝึกกระบวนการคิดเชิงตรรกะและการตั้งคำถาม พร้อมลงมือปฏิบัติจริง IKKQ Camp 2024 : ขยายสู่รูปแบบ Hybrid Camp ผสานกิจกรรม STEM และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม IKKQ Camp 2025 : พัฒนาสู่ค่ายนวัตกรรมที่เน้น “คิด สร้าง แบ่งปัน” ผ่านโครงงานเทคโนโลยีและการนำเสนอแนวคิดเพื่อสังคม “คิดให้ไกล เห็นให้ลึก ลงมือทำด้วยหัวใจของผู้ใฝ่รู้” กิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของศูนย์ STEM CMU ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมให้กับเยาวชนภาคเหนือ และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนานและมีความหมาย และคาดว่าจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในอนาคต ภาพกิจกรรมค่ายอิคคิวซัง IKKQ Camp 2023 ภาพกิจกรรมค่ายอิคคิวซัง IKKQ Camp 2024 ภาพกิจกรรมค่ายอิคคิวซัง IKKQ Camp 2025
- เรียนรู้วิทยาการข้อมูลผ่านการลงมือทำ: Make-and-Take Data Science Project
โครงการการเรียนรู้วิทยาการข้อมูลด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจวัดแบบประดิษฐ์และนำกลับไปใช้ (Learning Data Science with Make-and-Take Sensing Kits) เป็นโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Teacher’s College, Columbia University (สหรัฐอเมริกา) ภายใต้การสนับสนุนของโครงการขับเคลื่อนความร่วมมือนานาชาติสู่การร่วมทุนเพื่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม (Big Bang International Projects) โครงการนี้มีเป้าหมายในการสร้าง หลักสูตรและเครื่องมือการเรียนรู้ด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการ สร้างและใช้งานอุปกรณ์ตรวจวัดจริง (Sensing Kits) ที่สามารถนำกลับไปใช้ต่อยอดในโรงเรียนของตนเอง นอกจากการพัฒนาเครื่องมือและกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว โครงการยังมุ่ง ศึกษาประสิทธิผลของนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่พัฒนาขึ้น พร้อมทั้งวางแนวทางเชิงพาณิชย์ร่วมกับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์และขยายผลสู่ระดับประเทศและนานาชาติ “เมื่อข้อมูลไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือแรงบันดาลใจของการเรียนรู้ — CMU สร้างเวทีให้ครูและนักเรียนเรียนรู้วิทยาการข้อมูลผ่านการลงมือทำจริง” แนวคิดและความสำคัญของโครงการ ในยุคที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรสำคัญ การเรียนรู้วิทยาการข้อมูล (Data Science) จึงเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชน โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการ “ลงมือทำจริง” (Learning by Doing) ด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจวัดที่ประดิษฐ์เอง กิจกรรมและหลักสูตรในโครงการถูกออกแบบให้สอดคล้องกับ หลักสูตรวิทยาการคำนวณ (Computing Science) ของประเทศไทย โดยมุ่งพัฒนา ทักษะการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytical Thinking) การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง ผู้เรียนจะได้เข้าใจวิธีการเก็บ รวบรวม และตีความข้อมูลจากโลกจริง พร้อมนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างคำตอบและนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม กิจกรรมภายใต้โครงการ Make-and-Take Data Science for Teachers กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมุ่งเสริมทักษะด้านการสอนวิทยาการข้อมูลและการเขียนโค้ด โดยใช้ GoGo Board เป็นเครื่องมือหลัก พร้อมทั้งพัฒนาแนวทางการสอนแบบ Active Learning ที่เปิดโอกาสให้ครูมีบทบาทเป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” (Learning Facilitator) มากกว่าการบรรยาย Make-and-Take Data Science for Students กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ GoGo Board ในการสร้างและเก็บข้อมูลจริง เช่น อุณหภูมิ แสง หรือความชื้น เพื่อเรียนรู้การเขียนโปรแกรม การประมวลผลข้อมูล และการนำเสนอผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ ทั้งสองกิจกรรมได้รับการสนับสนุนโดย Big Bang International Projects มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ภาพกิจกรรม Make-and-Take Data Science for Teachers กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับหลักสูตรวิทยาการข้อมูลและการเขียนโค้ด โดยใช้ GoGo Board และการมีบทบาทเป็นผู้ส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน สนับสนุนโดยโครงการขับเคลื่อนความร่วมมือนานาชาติสู่การร่วมทุนเพื่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม (Big Bang International Projects) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาพกิจกรรม Make-and-Take Data Science for Students กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับหลักสูตรวิทยาการข้อมูลและการเขียนโค้ด โดยใช้ GoGo Board และการเสริมสร้างทักษะกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอน สนับสนุนโดยโครงการขับเคลื่อนความร่วมมือนานาชาติสู่การร่วมทุนเพื่อความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม (Big Bang International Projects) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- GoGo Board เพื่อการเรียนรู้ยุคใหม่: วิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรุ่นเยาว์
โครงการวิจัยพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้สะเต็มศึกษาและทักษะด้านดิจิทัล เป็นโครงการสำคัญที่มุ่งพัฒนาและต่อยอด “ชุดสมองกลเพื่อการเรียนรู้ GoGo Board” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM Education) ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) สำหรับเยาวชนในยุคดิจิทัลโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ บริษัท ลอจิกซ์เอด จำกัด และดำเนินงานโดยทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนวคิดและความสำคัญของโครงการ GoGo Board เป็นชุดสมองกลฝังตัว (Microcontroller Kit) ที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลอง เขียนโค้ด และสร้างชิ้นงานจริง โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Learning by Making) โครงการนี้มุ่งพัฒนา แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับ Design Thinking — กระบวนการคิดเชิงออกแบบที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ผู้เรียนมองเห็นปัญหาจากชีวิตจริง คิด วิเคราะห์ และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ อีกทั้งยังเป็นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบผลลัพธ์การเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนใน ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และบราซิล เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้ในบริบทที่แตกต่างกันทั่วโลก กิจกรรมหลักในโครงการ Teacher Innovator Bootcamp กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ Design Thinking และการเขียนโค้ดเบื้องต้น สำหรับครูระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเสริมทักษะและแนวทางในการนำเทคโนโลยีสมองกลไปใช้ในการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ Junior Innovator Bootcamp 2024 ค่ายฝึกทักษะนวัตกรรมสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ GoGo Board เพื่อสร้างโครงงานและสิ่งประดิษฐ์อย่างง่าย เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การเขียนโปรแกรม และการทำงานเป็นทีม GoGo x STEM Teacher Innovators Bootcamp 2024 กิจกรรมบูรณาการระหว่าง GoGo Board กับแนวทางการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนา “ครูนวัตกร” ที่สามารถสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้และกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีสมองกล ภาพกิจกรรม Teacher Innovator Bootcamp 2024 กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ Design Thinking และการเขียนโค้ดเบื้องต้น สำหรับครูระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อเสริมทักษะและแนวทางในการนำเทคโนโลยีสมองกลไปใช้ในการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพกิจกรรม Junior Innovator Bootcamp 2024 ค่ายฝึกทักษะนวัตกรรมสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การใช้ GoGo Board เพื่อสร้างโครงงานและสิ่งประดิษฐ์อย่างง่าย เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ การเขียนโปรแกรม และการทำงานเป็นทีม ภาพกิจกรรม GoGo x STEM Teacher Innovators 2024 กิจกรรมบูรณาการระหว่าง GoGo Board กับแนวทางการสอนแบบ STEM เพื่อพัฒนา “ครูนวัตกร” ที่สามารถสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้และกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีสมองกล
- ทีมอาจารย์ตัวแทน SIG AI มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วม “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569” พร้อมนำแพลตฟอร์ม Matthew ขึ้นเวทีนำเสนอ ! ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
🎉 ทีมอาจารย์ตัวแทน SIG AI มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมประกวด “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569” พร้อมนำแพลตฟอร์ม Matthew ขึ้นเวทีนำเสนอ! 🚀 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ถึงวันที่ 2 กันยายน 2568 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) Matthew แพลตฟอร์ม Generative AI ที่พัฒนาขึ้นโดยทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน งานวิจัย และการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ สำหรับอาจารย์และนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้อย่างเท่าเทียม สะดวก และปลอดภัย ภายใต้นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของมหาวิทยาลัย และข้อกำหนดตามกฎหมาย PDPA Matthew CMU AI Platform ได้รับการออกแบบให้มีนวัตกรรมที่โดดเด่นและครอบคลุมใน 4 มิติสำคัญดังนี้ 1. การเข้าถึงและความเท่าเทียม ระบบบริหารจัดการโควต้า AI แบบรวมศูนย์ เปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนเข้าถึงเครื่องมือ AI คุณภาพสูงอย่างเสมอภาค พร้อมเครื่องมือ Meta Prompt Generator ที่ช่วยอาจารย์ออกแบบคำสั่ง AI ได้อย่างแม่นยำ ลดอุปสรรคด้านเทคนิคในการใช้ AI เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเรียนรู้ 2. นวัตกรรมด้านการสอนและการเรียนรู้ Matthew ช่วยอาจารย์ออกแบบแชทบอทสำหรับการเรียนรู้เฉพาะบุคคล สร้างบทสนทนาและกิจกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน (Personalized Learning) และรองรับการออกแบบการสอนตามกรอบ SAMR อย่างครบถ้วน ช่วยยกระดับการใช้เทคโนโลยีในชั้นเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ 3. ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล สถาปัตยกรรมของ Matthew รับรองว่าข้อมูลผู้ใช้ ทั้งบทสนทนาและฐานความรู้ จะถูกจัดเก็บและประมวลผลเฉพาะบนคลาวด์ของมหาวิทยาลัย ไม่มีการส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก และปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด 4. ความยั่งยืนและการขยายผล Matthew เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสำนักทะเบียนฯ ในการบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานและติดตามผลโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระงานธุรการ อีกทั้งยังมี Dashboard สำหรับวิเคราะห์ผลการเรียนรู้และการใช้งาน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและต่อยอดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาการพัฒนาและประดิษฐ์คิดค้น Matthew Platform ได้รับการพัฒนาภายใต้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาที่ผสมผสานระหว่าง Design Thinking และ Agile Iteration โดยยึดกระบวนการ 5 ขั้นตอน (Empathize→Define→Ideate→Prototype→Test) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่ได้จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้จริง ผ่านการเก็บ feedback อย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาปรับปรุงและขยายผล กระบวนการดังกล่าวถูกนำมาใช้จริงผ่านแผนการพัฒนาที่ชัดเจน 3 ระยะหลัก และการต่อยอดสู่ความยั่งยืน ดังนี้ ระยะที่ 1: พิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) – มี.ค. 2567 ทดสอบ Inception Prototype ในรายวิชา 204101 เพื่อใช้ทบทวนบทเรียนและเก็บข้อมูลการใช้งานเบื้องต้น ระยะที่ 2: ทดสอบและพัฒนาร่วมกัน (Beta Testing & Co-Creation) – เม.ย.–ก.ค. 2567 เพื่อทดสอบความเสถียรและรวบรวม feedback เชิงลึกเพื่อปรับปรุงฟังก์ชัน โดย เปิดทดสอบ Beta Prototype กับกลุ่มผู้ใช้ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย คณาจารย์ 125 ท่าน และนักศึกษา 4,336 คน จาก 22 คณะ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation) ระหว่างทีมพัฒนาและคณาจารย์ผู้สอน ทำให้สามารถรวบรวมความต้องการและปรับปรุงระบบได้อย่างรวดเร็ว สัมภาษณ์กลุ่มอาจารย์ที่ใช้แมทธิวกับนักศึกษาจำนวนมาก ระยะที่ 3: การใช้งานจริงระดับองค์กร (Stable Release) – ก.พ. 2568 เปิดใช้งาน Stable Release V1 ในระดับองค์กร (CMU-wide) จัดอบรมและ Workshop อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างชุมชนผู้ใช้งาน (PLC) ที่เข้มแข็ง การต่อยอดสู่ความยั่งยืน (Scaling for Sustainability) – หลัง มิ.ย. 2568 พัฒนาโมเดล "Matthew4School" ในรูปแบบ Subscription-based เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาอื่นทั่วประเทศ และ ในภาคการศึกษาที่ 1/2568 ได้เปิดให้นักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัย สามารถใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีปัจจุบันได้มีผู้ใช้งานสะสมกว่า 14,000 คน ข้อมูลเชิงตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้ภายในมหาวิทยาลัยฯ การนำ Matthew มาประกวดครั้งนี้ไม่เพียงแค่ต้องการแสดงเทคโนโลยีด้านการศึกษา แต่ยังเปิดโอกาสรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการสอน การวิจัย และเชิงพาณิชย์ต่อไป ✨ เชิญชวนอาจารย์และนิสิตทุกท่านทดลองใช้งาน Matthew — ผู้ช่วย AI คู่ใจของชาวมช. คลิกดูรายละเอียดและวิธี ใช้งานได้ที่: https://www.info.tlic.cmu.ac.th/matthew มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา AI เพื่อการศึกษาพร้อมให้กำลังใจทีม SIG AI ของเราบนเวทีประกวดด้วยนะคะ! 🙏💡 #SIGAI #MatthewAI #CMU #AIเพื่อการศึกษา #นวัตกรรมมช #งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น









