top of page

SEARCH RESULTS

พบผลการค้นหา 83 รายการ

  • [ED Tools] จิตวิทยาเพื่อสุขภาพและความผาสุกในชีวิตและการทำงาน การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

    🔔 ลงทะเบียนรับสิทธิ์ CMU Kahoot! EDU Pro (AI Enhanced) 2/67 ได้แล้ววันนี้ เลื่อนลงด้านล่างเพื่อลงทะเบียน การเรียนการสอนแบบ Active Learning ในปัจจุบันถือว่าได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะถือว่าสามารถทำให้ผู้เรียนมีความผูกพันต่อกระบวนการเรียนรู้และเกิดการมีส่วนร่วมที่มากกว่าการรับข้อมูลจากผู้สอน โดยในรายวิชา "จิตวิทยาเพื่อสุขภาพและความผาสุกในชีวิตและการทำงาน" สอนโดยอาจารย์พิมพ์ชนก เครือสุคนธ์ ได้นำเอารูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาใช้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ เน้นการปฏิบัติจริงมากกว่าการบรรยายแบบเดิม ในรายวิชานี้มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความผาสุกของบุคคลทั้งในการดำเนินชีวิตและในการทำงาน ตลอดจนประเด็นจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมจะช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้มีการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การจัดการสุขภาพจิต และการประยุกต์ใช้ความรู้ทางจิตวิทยาในชีวิตประจำวันและการทำงานจริงได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจมากขึ้น การนำ Active Learning มาใช้ในวิชานี้ ถือเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การตอบคำถาม การอภิปราย ซึ่งถือว่าเป็นการลงมือทำกิจกรรมที่ได้พัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน รวมถึงทักษะการวิเคราะห์ในการนำความรู้ทางจิตวิทยาไปประยุกต์ใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำ Active Learning มาใช้ในวิชา "จิตวิทยาเพื่อสุขภาพและความผาสุกในชีวิตและการทำงาน" ไม่เพียงช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียน แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง ผ่านการปฏิบัติจริงที่เน้นการพัฒนาทักษะสำคัญในการจัดการสุขภาพจิตและการทำงาน ผู้เรียนสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปใช้พัฒนาตนเองในชีวิตและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนในวิชานี้ │ Zoom, Kahoot, Mentimeter, Classpoint และ Padlet บทคัดย่อ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ในหลายลักษณะ เช่น การตอบคำถาม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปราย จากกรณีศึกษา การค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ และการทำกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน โดยที่ผู้สอนลดบทบาทในการสอนแบบบรรยายลง และเพิ่มบทบาทของผู้เรียนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในกระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในรายวิชา จิตวิทยาสุขภาพและความผาสุกในชีวิตและการทำงาน (013335) เป็นความพยายามในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในแบบเดิมที่มุ่งเน้นการบรรยายมาเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมมากขึ้นผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และงานที่มอบหมายต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในการคิด วิเคราะห์ และการเรียนรู้ผ่านการค้นคว้าและการลงมือทำ รายละเอียดเกี่ยวกับรายงานวิจัยฉบับนี้เพิ่มเติมสามารถอ่านต่อได้ที่ หน้า 71 ผลการจัดการเรียนรู้ 21st Century Learning ประจำปีการศึกษา 2565 เรื่อง 013335: จิตวิทยาเพื่อสุขภาพและความผาสุกในชีวิตและการทำงาน การจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning โดย อาจารย์พิมพ์ชนก เครือสุคนธ์ ภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://www.info.tlic.cmu.ac.th/_files/ugd/feedef_a18a3f0ab0ae4b5899db958914a03a63.pdf 📍 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ CMU Kahoot! EDU Pro (AI Enhanced) 🔔 TLIC จะเปิดให้บริการ CMU Kahoot EDU Pro ในปีการศึกษา 2/2567 สำหรับอาจารย์ มช. ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการใช้งาน Gamification Education Tools "Kahoot!" ได้เลย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CMU Kahoot! คลิกเลย

  • สองวิชา หนึ่งประสบการณ์: การบูรณาการการสอนแบบล้ำสมัย

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.1 “การเรียนรู้ไม่ใช่แค่การจดจำ แต่เป็นการลงมือทำและค้นพบด้วยตัวเอง ” ประโยคนี้เป็นหัวใจสำคัญของโครงการบูรณาการการสอนระหว่างวิชา “สะเต็มศึกษาเพื่อชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” และ “หลักการและวิธีสอนวิทยาศาสตร์” โดย ผศ.ดร.สุริยา จำรัส จากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้คว้ารางวัล Exemplary Award จากโครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ปีการศึกษา 2563 จุดเริ่มต้นของการบูรณาการ โครงการบูรณาการการสอนนี้ได้เกิดขึ้นในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ท่ามกลางสถานการณ์การเรียนรู้แบบออนไลน์ ซึ่งอาจารย์สุริยาได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการบูรณาการเนื้อหาและกิจกรรมจากทั้งสองวิชาเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบองค์รวม และช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน ท้าทาย และสร้างแรงบันดาลใจ จากนั้น อาจารย์สุริยาจึงได้พัฒนาเอกสารประกอบการสอนขึ้นใหม่ จัดทำกิจกรรมที่นักศึกษาจากทั้งสองวิชาสามารถเรียนรู้ร่วมกัน และเปิดห้องเรียนออนไลน์บน Google Classroom เพื่อสื่อสารกับนักศึกษาและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ กิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ล้ำค่า หนึ่งในกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนที่น่าสนใจคือ การจัดทำ STEM Box Set อุปกรณ์การเรียนรู้ที่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิดและลงมือปฏิบัติจริงได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ อาจารย์สุริยายังใช้วิธีการสอนแบบ Gamification โดยนำ Minecraft เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียน และเป็นพื้นที่เสมือนให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากนี้ อาจารย์สุริยายังใช้วิธีการสอนแบบ Gamification โดยนำ Minecraft เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียน และเป็นพื้นที่เสมือนให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกัน ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ จากการประเมินผลในทั้งสองรายวิชา พบว่านักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียน เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการสื่อสารที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การขยายผลสู่วงกว้าง อาจารย์สุริยาได้นำผลลัพธ์ของโครงการนี้ไปขยายผลต่อโดยได้จัดทำคอร์ส MOOC และอัพโหลดคลิปวิดีโอการทำกิจกรรมต่าง ๆ ลงบน YouTube เพื่อแบ่งปันแนวทางให้อาจารย์ท่านอื่น ๆ ได้นำไปปรับใช้ได้ ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/Q5wlLwg1l4M?si=sJj4bYDmbqGuwcvE เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • เรียนรู้แบบล้ำสมัย สู่ผลงานสุดปัง กับหลัก PLEARN ของ อาจารย์มณิภัทร์ จินตะพิทักษ์

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.1 ผศ.ดร. มณิษวาส จินตะพิทักษ์ อาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ผ่าน “หลัก PLEARN”กลยุทธ์ล้ำสมัยที่ผสมผสานการเล่นและการเรียนรู้เข้าด้วยกัน อาจารย์จากวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ผ่าน “หลัก PLEARN”กลยุทธ์ล้ำสมัยที่ผสมผสานการเล่นและการเรียนรู้เข้าด้วยกัน เปิดประสบการณ์การสอนแบบ Active Learning ผศ. ดร. มณิษวาส เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการนำ Active Learning มาใช้ว่า เกิดจากประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมและการเป็นเมนเทอร์ให้กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งท่านได้มีโอกาสใช้ LEGO Serious Play กับองค์กรต่างๆ และลงมือทำ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ช่วยให้พวกเขาเข้าใจเนื้อหาและจดจำได้ดีกว่าการสอนแบบเดิม ผศ. ดร. มณิษวาสจึงได้นำการสอนแบบ “Active Learning” มาประยุกต์ใช้ในการสอนผ่านโครงการบูรณาการ 2 รายวิชา คือ รายวิชา “Mascot Design” และ “Digital Movie Edutainment”ภายใต้ทุนสนับสนุน Type C จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวใจสำคัญของการสอนแบบ Active Learning ผศ. ดร. มณิษวาสเผยเคล็ดลับความสำเร็จของ Active Learning ผ่านหลัก PLEARN ดังนี้ P - Planning : วางแผนอย่างรอบคอบ วิเคราะห์ผู้เรียน กำหนดเป้าหมาย ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสม และเตรียมแผนสำรองเผื่อสถานการณ์ไม่คาดฝัน L - Learning : แลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา กระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา E - Emotion : ใส่ใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้เรียน สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ผ่อนคลาย A - Activity : ออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และฝึกทักษะการทำงานร่วมกัน R - Reflection : สะท้อนความคิดเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นให้ผู้เรียนไตร่ตรอง เป็นผู้ฟังอย่างมีคุณภาพ N - New&News : เปิดใจรับความรู้ใหม่และประเด็นใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น และสุดท้ายนี้ ผศ. ดร. มณิษวาส ได้ทิ้งท้ายด้วยบทเรียนสำคัญสำหรับอาจารย์ที่ต้องการนำ Active Learning มาใช้ คือ “Active Learning ไม่ใช่แค่การให้ผู้เรียนลงมือทำ แต่เป็นการออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะที่หลากหลาย สร้างแรงจูงใจ และสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนาน อาจารย์ต้องเปิดใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการสอน” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/Q5wlLwg1l4M?si=Z7jFqZJEZ7PxCDhl เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • เปลี่ยน “การสอน” ให้เป็น “การเรียนรู้” : การแบ่งปันประสบการณ์การสอนจาก ผศ.ทพญ. ดร. พิมพ์เดือน รังสิยากูล

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.1 “การสอน” ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนสู่นักเรียนเท่านั้น แต่เป็นการ “ออกแบบการเรียนรู้” ให้ตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคดิจิทัล ผศ.ทพญ. ดร. พิมพ์เดือน รังสิยากูล อาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ได้รับรางวัล Distinguished Educator Award ได้แบ่งปันแนวคิดและวิธีการสอนที่ล้ำสมัย ดึงดูดให้นักเรียนอยากเรียน รู้สึกสนุก และพร้อมเป็นทันตแพทย์ในยุคใหม่ จุดเริ่มต้นของการออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียน แนวคิดหลักของอาจารย์พิมพ์เดือน คือ การออกแบบการสอนที่ "ตอบโจทย์ผู้เรียน" โดยมุ่งเน้นไปที่ 4 คำถามสำคัญ ได้แก่ อยากเห็นผู้เรียนเป็นอย่างไร? อาจารย์ต้องการให้นักศึกษามี "มุมมองแบบองค์รวม" รู้จักคิดวิเคราะห์ กล้าคิดกล้าแสดงออก ทำงานเป็นทีม สื่อสารได้ดี และมีความเป็น "Smart Dental Student" รวมไปถึง "Smart CMU Student" 2. ผู้สอนอย่างเราจะทำอะไรได้บ้าง? จากการวิเคราะห์ทฤษฎี อาจารย์ได้สรุป 4 ปัจจัย ที่ควรนำมาพัฒนาสื่อและรูปแบบการสอน ดังนี้ เพิ่มทักษะพิเศษ (Special ability) ให้ผู้เรียนสามารถมองและวิเคราะห์วัตถุในเชิงโครงสร้างและเสมือนจริงในทุกมิติ สร้างรูปแบบการเรียนการสอนที่มีปฏิสัมพันธ์ (Interactivity) เสริมสร้างการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical thinking) เชื่อมโยงทักษะทางคลินิกในทุกสาขาวิชา 3. ใช้สื่อและวิธีการสอนแบบใดถึงจะดี? จาก 4 ปัจจัยข้างต้น อาจารย์ได้พัฒนาการสอนแบบดั้งเดิมไปสู่ "การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21" โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และนำเทคโนโลยีมาผนวกรวม ตัวอย่างสื่อและวิธีการสอนที่อาจารย์นำมาใช้ ได้แก่ วิดีโอ Learning Management System ผ่าน MS Teams Smart Classroom เว็บบอร์ดสำหรับ Discussion Group และโปรแกรม 3D Software-aided design ที่อาจารย์ได้สร้างและพัฒนาขึ้น นอกจากนี้ อาจารย์ยังมีรูปแบบการสอนที่สนุกสนาน เช่น การจัด Battle ประเด็นต่าง ๆ ทซึ่งต่อยอดมาจากการเรียนบรรยายและ Group discussion ของนักศึกษา โดยมีรูปแบบคล้ายกับรายการ The Voice เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้เรียน 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน อาจารย์วัดผลจาก Baseline Test และ Final Test เปรียบเทียบกับความพึงพอใจของผู้เรียน ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่า การเรียนการสอนแบบใหม่นี้มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มากขึ้น “Technology will never replace great teachers, but technology in the hands of great teachers in transformational” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/Q5wlLwg1l4M?si=Z7jFqZJEZ7PxCDhl    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • เปิดสูตรลับ MOOC ดึงดูดใจ: ร่วมแบ่งปันประสบการณ์โดย อ.ดร.ณฐวัฒน์ ล่องทอง ผู้สร้าง MOOC ยอดนิยม

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.2 การเรียนรู้และการสอนในศตวรรษที่ 21 ได้นำเสนอโอกาสและความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับอาจารย์และนักศึกษา การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการที่เรามองเห็นการเรียนรู้ การสื่อสาร และการแบ่งปันความรู้ อ.ดร.ณฐวัฒน์ ล่องทอง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ได้รับรางวัล Winner Popular MOOC Award ได้แบ่งปันประสบกาณ์เกี่ยวกับการสอนในยุคดิจิทัลที่เป็นที่นิยมและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการศึกษาในปัจจุบัน การสร้าง MOOC ที่โดนใจในยุคดิจิทัล อาจารย์ณฐวัฒน์ได้แชร์ว่าการสร้าง MOOC ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการวางแผนอย่างรอบคอบและการเข้าใจลึกซึ้งถึงความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัล ซึ่ง อ.ดร.ณฐวัฒน์ เองได้ใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อดึงดูดและรักษาความสนใจของผู้เรียน ตั้งแต่การตั้งชื่อวิชาที่น่าสนใจไปจนถึงการออกแบบสื่อการสอนที่สร้างสรรค์และน่าติดตาม ความสำคัญของการเรียนรู้และการสอนที่เป็นปฏิสัมพันธ์ สื่อการสอนของ MOOC ที่ อาจารย์ณฐวัฒน์ ได้สร้างขึ้นไม่เพียงแต่เป็นสื่อกลางในการสอนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ โดยการใช้กราฟิกและตัวละครสมมติในการทำสื่อการสอน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถจินตนาการและเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แรงบันดาลใจในการพัฒนาการสอนอย่างต่อเนื่อง “ความสนุกสนาน ความอยากเรียนรู้ และความท้าทายในการพัฒนาการสอน” เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่ทำให้อาจารย์ณฐวัฒน์ ได้สร้างห้องเรียนในระบบ MOOC ขึ้นมา ในการสอนของอาจารย์ ท่านต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้การสื่อสารกับบุคคลทั่วไปเกิดขึ้นได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ประโยชน์ที่สำคัญที่อาจารย์จะได้รับจากการสอนในระบบ MOOC คือ การพัฒนาการสอนแบบ Flipped Classroom ที่มีสื่อการสอนที่น่าสนใจ และเปิดโอกาสในการเรียนรู้และลองทำสิ่งใหม่ ๆ ทั้งต่อผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งหากอาจารย์ท่านใดที่สนใจสร้างวิชาในระบบ CMUMOOC อาจารย์ได้แนะนำให้สมัครเข้าร่วมโครงการ “CMU MOOC Type X” ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สิ่งสำคัญที่อาจารย์ณฐวัฒน์ได้รับจากการสร้างวิชาใน MOOC คือ ความภูมิใจและความสุข เพราะอาจารย์สามารถสื่อสารความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองมีให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์ยิ่งภูมิใจเมื่อรับรู้ว่าผู้เรียนได้มุมมองใหม่ ๆ จากสิ่งที่อาจารย์ได้สอนไป ซึ่งนี่ถือเป็นกำไรที่มีคุณค่าต่อการสอนของอาจารย์เป็นอย่างมาก การสอนในยุคดิจิทัลเป็นการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ละขั้นตอนและการพัฒนาทุกครั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับการเรียนรู้ ประสบการณ์การสอนของอาจารย์ อ.ดร.ณฐวัฒน์ ล่องทอง ที่ได้แบ่งปันนี้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้และการสอนสามารถเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าสนใจ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามในโลกดิจิทัลนี้ และนี่คือหัวใจสำคัญของการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนควรได้รับ “ชีวิตของอาจารย์ก็ไม่ได้ต่างจากอาชีพอื่น ต้องมีการเรียนรู้ ถูกบ้างผิดบ้าง แต่บทเรียนที่เราได้จากการลองผิดลองถูกนั่นแหละคือคุณค่าที่เกิดขึ้น” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/fUjE8hWfzSk?si=FTYpCc9rGfBa-nvp    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • พลิกห้องเรียน เปลี่ยนการสอน สู่การพัฒนาการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 กับ Flipped Classroom

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.2 อ.ทพ.อาณัติ เดวี จากคณะทันตแพทยศาสตร์ ผู้คว้ารางวัล Distinguished Educator Award ด้วยการสอนแบบ Flipped Classroom ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีอย่างลงตัว มอบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหนือระดับแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง เดิมทีการสอนในรายวิชาของอาจารย์อาณัติเน้นการบรรยาย (Lecture-based learning) เป็นหลัก ทำให้นักศึกษาต้องเตรียมตัวล่วงหน้า กังวลเกี่ยวกับเนื้อหา การนัดหมายคนไข้ และปฏิบัติคลินิก จนส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ จากปัญหานี้และการเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักศึกษายุคใหม่ อาจารย์จึงเริ่มประยุกต์ใช้ Flipped Classroom ในการจัดการเรียนการสอน หัวใจสำคัญของ Flipped Classroom วิดีโอสั้น กระชับ ดึงดูดใจ : นำเสนอเนื้อหาผ่านวิดีโอสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ดึงดูดให้นักศึกษามีแรงจูงใจในการเรียนรู้ กิจกรรมหลากหลาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วม : ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เน้นการแลกเปลี่ยนความคิด ฝึกฝน และปฏิบัติ ช่วยให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เทคโนโลยีล้ำสมัย เพิ่มมิติการเรียนรู้ : ผสมผสานเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น MS Teams, Microsoft Stream, YouTube, Journal, Textbook เพิ่มมิติการเรียนรู้ให้น่าสนใจ ตัวอย่างกิจกรรมในห้องเรียนของอาจารย์อาณัติ : Whole Class Discussion: กระตุ้นให้นักศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน Group Discussion: แบ่งกลุ่มอภิปรายในหัวข้อต่างแๆ Active Classroom: ฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมในชั้นเรียน Situation-based learning: จำลองสถานการณ์จริง ฝึกซักประวัติและวางแผนการรักษา Integrated knowledge activity: ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แข่งขันตอบปัญหา ผลลัพธ์จากการใช้ Flipped Classroom การนำ Flipped Classroom มาใช้ได้ส่งผลให้นักศึกษามีความสุขและพึงพอใจกับการเรียนมากขึ้น มีผลการสอบและความเข้าใจในเนื้อหาดีขึ้น และยังช่วยให้อาจารย์ได้เห็นศักยภาพใหม่ ๆ ของนักศึกษาที่อาจไม่เคยปรากฏในห้องเรียนแบบเดิม Key Success Factors ความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนแบบ Flipped Classroom ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเข้าใจของผู้สอนต่อบริบทและความต้องการของนักศึกษา บรรยากาศในห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการทำงานเป็นทีมของ staff ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน การแบ่งปันประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ของอาจารย์อาณัติเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า Flipped Classroom ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์การสอน แต่เป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ช่วยให้นักศึกษามีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 “การเรียนรู้แบบส่วนร่วมและการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/fUjE8hWfzSk?si=FTYpCc9rGfBa-nvp    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • ผสมผสานศาสตร์แห่งการสอน สู่การบ่มเพาะพยาบาลรุ่นใหม่

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.2 ผศ.ดร. นพมาศ ศรีเพชรวรรณดี จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของรางวัล Exemplary Award ผู้สร้างสรรค์การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ในรายวิชา "การฝึกปฏิบัติผู้นำทีมทางการพยาบาลชุมชน" เพื่อมุ่งผลักดันนักศึกษาไปสู่เป้าหมาย "Smart Nurse" ที่เปี่ยมทั้งความรู้และความสุข จุดเริ่มต้น ด้วยทุน Type A จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์นพมาศ จึงได้มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใคร เป้าหมายคือ "การพัฒนาพยาบาลวิชาชีพอย่างเต็มตัว" ผ่านการเรียนรู้แบบผสมผสานที่ส่งเสริมให้ "นักศึกษาเป็น Smart Nurse ที่มีความรู้และมีความสุขกับการเรียนและวิชาชีพ" นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2563 รายวิชาการฝึกปฏิบัติผู้นำทีมทางการพยาบาลชุมชน ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากสถานการณ์ Covid-19 และ PM 2.5 รูปแบบการเรียนแบบเดิมที่เน้นการลงพื้นที่ชุมชนจึงต้องปรับเปลี่ยน อาจารย์เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาการเรียนรู้ จึงริเริ่มใช้ Blended Learning ผสมผสานรูปแบบการเรียนที่หลากหลาย โดยปรับรูปแบบการสอนใหม่ผ่าน การปรึกษากับ Course coordinator และ stakeholders ที่เกี่ยวข้อง รับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษา ออกแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่สอดคล้องกับ Learning Outcomes แนวคิดการสอน อาจารย์นพมาศ มุ่งเน้นสร้าง Smart Nurse ที่มีความรู้ ทักษะ และมีความสุขกับวิชาชีพ ผ่านการสอนแบบ Blended Learning ผ่านการผสมผสานรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งประกอบด้วย การเรียนแบบเผชิญหน้า (Face-to-face) : เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝึกทักษะ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา การเรียนในแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ (Resources learning) : นักศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูล เนื้อหา และสื่อการสอนเพิ่มเติมผ่านระบบออนไลน์ การเรียนออนไลน์ (Online learning) : นักศึกษาสามารถเรียนรู้เนื้อหา ฝึกทักษะ และทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา การเรียนแบบโครงงาน (Project-based learning) : นักศึกษาลงมือปฏิบัติจริง วิเคราะห์ปัญหา หาทางออก และนำเสนอผลงาน ผลลัพธ์ที่ได้ ทักษะการคิด : นักศึกษามีทักษะคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และนำไปปรับใช้กับการเรียน ทักษะการสื่อสาร : นักศึกษาสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับทั้งชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ความสุข : นักศึกษามีความสุขกับการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ และลงมือทำ บทสะท้อนแห่งความสำเร็จ ผู้สอนบรรลุเป้าหมาย : นักศึกษามีความรู้ ทักษะ และความพร้อมสู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพ ผู้เรียนบรรลุเป้าหมาย : นักศึกษามีความสุข พัฒนาศักยภาพ และพร้อมเผชิญความท้าทาย รอยยิ้มของทุกภาคส่วน : อาจารย์ นักศึกษา และชุมชน ร่วมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ล้ำค่า รางวัล Exemplary Award นี้ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของการสอนแบบผสมผสาน รูปแบบการสอนที่มุ่งพัฒนานักศึกษาไปสู่เป้าหมาย "Smart Nurse" ที่เปี่ยมทั้งความรู้และความสุข อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สอนทุกคน กล้าที่จะคิด กล้าที่จะปรับ กล้าที่จะสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่ยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย " ผู้เรียนรู้ที่มีคุณภาพ " ร่วมสร้างอนาคตการเรียนรู้ที่สดใส ด้วย Blended Learning “The value in blended learning comes from the ability to create student centered lessons that give students opportunity to practice skills they need to develop at their own pace” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/fUjE8hWfzSk?si=FTYpCc9rGfBa-nvp    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • ปรับการสอนให้เข้ากับยุคสมัย: กลยุทธ์ AiPL ของ อาจารย์ ดร.วัชรพงศ์ นรพัลลภ

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.3 “ สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถอยู่รอดได้นั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด หรือฉลาดที่สุด แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับสถานการณ์ได้” ประโยคอมตะของ Charles Darwin ที่สะท้อนภาพความจริงของโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับโลกการศึกษาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ บทความนี้ขอนำเสนอเรื่องราวและประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ของ อาจารย์ ดร.วัชรพงศ์ นรพัลลภ จากคณะเกษตรศาสตร์ ผู้คว้ารางวัล Best Practice Award ด้วยกลยุทธ์การสอนแบบ AiPL ที่มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและสถานการณ์ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับรายวิชา ดึงดูดความสนใจจากนักศึกษา และช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเริ่มต้นของ AiPL อาจารย์วัชรพงศ์สังเกตเห็นว่านักศึกษามีความเครียดจากการเรียนออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความเครียดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากงานที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งรบกวนสมาธิ แรงจูงใจในการเรียนที่ลดลง และการขาดปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน อาจารย์วัชรพงศ์ ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาและได้รับการสนับสนุนทุน Type A จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงได้ปรับรูปแบบการสอนรายวิชา "สัตวศาสตร์และสัตว์น้ำเบื้องต้น" ใหม่ด้วยกลยุทธ์ AiPL ซึ่งได้ผสมผสาน Active Learning, Project-based Learning และ ICT เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนออนไลน์ให้เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา AiPL คืออะไร? AiPL ย่อมาจาก Active ICT and Project base learning เป็นการผสมผสานกลยุทธ์การสอนที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ประกอบไปด้วย: Active base: เปลี่ยนห้องเรียนออนไลน์เป็นห้องเรียนเสมือนจริง เน้นการมีส่วนร่วมของนักศึกษาผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน เช่น เกม Among us, 6 square และ Quizizz ICT base : ใช้เครื่องมือดิจิทัล 9 โปรแกรม แบ่งเป็น 4 วัตถุประสงค์ ดังนี้ ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้: Canva, Powtoon, Quizizz, Mentimeter, Podcast, Google for Education สร้างชิ้นงาน: Canva, Podcast ติดต่อสื่อสาร: Quizizz, Mentimeter, QR Generator, Google for Education, Facebook, Zoom วัดผล ประมวลผล: Quizizz, Zipgrade, QR Generator, Google for Education Project base : มอบหมายงานทั้งแบบเดี่ยวและงานกลุ่ม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการวางแผน ผลลัพธ์ที่ได้ นักศึกษามีความสุข มีส่วนร่วม ผลการเรียนดีขึ้น อาจารย์สอนสนุก เข้าถึงนักศึกษา บริหารจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ AiPL จึงไม่ใช่แค่สูตรสำเร็จ แต่เป็นแนวทางการปรับตัว กลยุทธ์ที่ยืดหยุ่น ปรับใช้ได้กับทุกวิชาและทุกสถานการณ์ AiPL Plus: พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ อาจารย์วัชรพงศ์ไม่ได้หยุดนิ่งในการเรียนรู้และพัฒนา ท่านได้พัฒนา AiPL ต่อไปเป็น AiPL Plus เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้าน Flipped Classroom และเพิ่มสัดส่วนการใช้ AiPL เป็น 80% AiPL ถือเป็นตัวอย่างกลยุทธ์ที่อาจารย์สามารถนำไปปรับใช้และไปประยุกต์ใช้ได้ เพื่อให้พัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพและมีความสุข การศึกษาคือกุญแจสำคัญสู่อนาคต ดังนั้น การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การแบ่งปันประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนของอาจารย์วัชรพงศ์ นรพัลลภ  เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ "ผู้ปรับตัว" และ "ผู้สร้าง" อนาคตแห่งการศึกษา “สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถอยู่รอดได้นั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด หรือฉลาดที่สุด แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับสถานการณ์ได้ เช่นเดียวกันกับการเรียนการสอน หรือแม้กระทั่งตัวของคณาจารย์เองที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/1Jwc1kUbOAs?si=H8BOw-GRV-f74L0R   เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Active Learning และ Flipped Classroom

    ถอดบทสัมภาษณ์จากรายการ CMU ED TALKS 21st Century Learning การจัดการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จากอาจารย์ต้นแบบ มช. EP.3 ผศ. ดร. ณัชชา กมล จากคณะศึกษาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัล Exemplary Award ผ่านการใช้วิธีการสอนที่ล้ำสมัย ผสมผสานเทคโนโลยี เข้าใจผู้เรียน และสร้างแรงบันดาลใจ รางวัล Exemplary Award นี้ ผศ. ดร. ณัชชา กมล ได้รับจากการใช้ทุน Type B จากมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาการจัดการสอนในรายวิชา "การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับมัธยม" โดยเน้นวิธี Active Learning และ Flipped Classroom ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ออกแบบการเรียนรู้แบบอภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง กลยุทธ์การสอนที่เน้นผู้เรียน 1. การส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้แบบอภิปราย : มุ่งเน้นไปที่การให้นักเรียนมีบทบาทนำในการเรียนรู้ โดยท่านได้จัดเตรียมกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การอภิปราย บทบาทสมมติ และ Simulation เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิด และสร้างความรู้ร่วมกัน 2. การออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย : ทำความเข้าใจว่านักศึกษาแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ผ่านสื่อการสอนที่เข้าถึงง่าย เช่น Google Sites คลิปวิดีโอสั้น ๆ และกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ได้ 3. การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ :  ใช้ Google Sites เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับอัปโหลดแหล่งการเรียนรู้ เอกสารประกอบ และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทุกที่ทุกเวลา และช่วยให้การเรียนรู้ยืดหยุ่นและสะดวกยิ่งขึ้น 4. การสร้างแรงจูงใจและแรงบันดาลใจ : ออกแบบ Course Syllabus ที่ยืดหยุ่นและปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียน อีกทั้งยังเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาแบ่งปันประสบการณ์เพิ่มเติม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมุมมองใหม่ ๆ ให้กับนักศึกษา 5. การส่งเสริมบทบาทของผู้สอน : ผู้สอนไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงผู้บรรยาย แต่ยังมีบทบาทเป็นใจการเป็นผู้นำการอภิปรายและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ เพื่อช่วยเชื่อมโยงความคิดของนักศึกษา สร้างการเรียนรู้แบบองค์รวม สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการอภิปราย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และสะท้อนความคิด และสนับสนุนให้นักศึกษามีส่วนร่วมกับกิจกรรมในชั้นเรียนได้อย่างเต็มที่ 6. แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และเติบโต : เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความคิด และเรียนรู้จากกันและกัน ผ่านการสะท้อนความคิด (Reflection) เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมติ Simulation และการออกปฏิบัติจริงในสถานศึกษาต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ : กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ Active learning และ Flipped classroom ส่งผลดีต่อผู้เรียนอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้ แรงจูงใจในการเรียนรู้ : นักศึกษามีความตื่นตัว ใฝ่รู้ และอยากเรียนรู้มากขึ้น การเข้าใจเนื้อหา : นักศึกษามีความเข้าใจเนื้อหาบทเรียนอย่างลึกซึ้ง สามารถวิเคราะห์ แก้ปัญหา และประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะที่จำเป็น : นักศึกษามีทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการคิดวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้น การแบ่งปันการจัดการเรียนรู้ของ ผศ. ดร. ณัชชา กมล เป็นตัวอย่างของการจัดการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์ กลยุทธ์การสอนของท่านเปรียบเสมือน "เมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้" ที่ปลุกไฟแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม คิดวิเคราะห์ และเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์เหล่านี้ ย่อมเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางให้กับอาจารย์ท่านอื่น ๆ ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในศตวรรษที่ 21 “ทุกกิจกรรมคือแหล่งเรียนรู้ ทั้งผู้เรียน และผู้สอน” ที่มาคลิปวิดิโอต้นฉบับ: https://youtu.be/1Jwc1kUbOAs?si=H8BOw-GRV-f74L0R    เรียบเรียงโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

  • Microsoft Teams เวอร์ชั่นใหม่: ระบบการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีความยืดหยุ่นสูง

    Microsoft Teams เป็นระบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชันการทำงานหลากหลายที่ช่วยสร้างห้องเรียนออนไลน์ในการเป็นตัวกลางการสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ และการจัดการงานและแบบทดสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอะไรใหม่ใน Teams เวอร์ชั่นใหม่ Teams เวอร์ชั่นใหม่มีการปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชันการทำงานใหม่ ๆ ที่ทำให้ท่านสามารถใช้งาน Teams ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงฟังก์ชัการทำงานต่าง ๆ ที่น่าสนใจ สรุปสิ่งที่พัฒนาใน Teams เวอร์ชั่นใหม่ เร็วขึ้นสองเท่า : Teams เวอร์ชั่นใหม่ได้มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดสองเท่า ในขณะที่ใช้หน่วยความจำน้อยลงกว่า 50% ทำให้การทำงานรวดเร็วและไหลลื่นมากยิ่งขึ้น ใช้งานสะดวกขึ้น: หน้าตาการใช้งานได้รับการออกแบบใหม่ให้น่าใช้และใช้งานง่ายกว่าเดิม การค้นหาข้อมูล การจัดการข้อความ และการจัดการห้องเรียนออนไลน์ก็สามารถทำได้ง่ายดายขึ้น เพียงไม่กี่คลิก มีความยืดหยุ่นมากขึ้น: Teams เวอร์ชั่นใหม่ได้เพิ่มการสนับสนุน MTMA (Multi-Tenant Multi-Account) ที่ทำให้ท่าน เชื่อมต่อกับบัญชี Teams อื่น ๆ ที่ไม่ใช่บัญชีของมหาวิทยาลัยได้ และท่านยังสามารถเข้าร่วมห้องเรียนออนไลน์ของอาจารย์หรือนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเข้าสู่ระบบและออกจากระบบ ทันสมัยมากยิ่งขึ้นผ่านการขับเคลื่อนด้วย AI: Teams เวอร์ชั่นได้เตรียมรากฐานสำหรับฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ในอนาคต เช่น การสรุปประเด็น meeting อัจฉริยะที่ช่วยให้ท่านไม่พลาดทุกเนื้อหาสำคัญ หรือ Copilot ซึ่งจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการตอบคำถามใน meeting ของท่านแบบ real-time เริ่มต้นใช้งาน Teams เวอร์ชั่นใหม่! หากท่านต้องการเริ่มต้นใช้งาน Teams เวอร์ชั่นใหม่ สามารถทำได้ดังนี้ 1. เปิดแอป Teams บนเดสก์ท็อปบนอุปกรณ์ Windows ของท่าน 2. คลิกปุ่มสลับ "ลองใช้ Teams ใหม่" ที่ด้านบนของ Teams 3. เลือก "ดาวน์โหลดทันที" จากกล่องโต้ตอบแบบ Pop out 4. แอป Teams ของท่านจะเริ่มต้นระบบใหม่เพื่อเปิด Teams ใหม่ หมายเหตุ: หาก Application ไม่ตอบสนอง หรือ มีการโหลดข้อมูลที่นานกว่าปกติ ท่านสามารถเข้าใช้งานผ่าน Web Browser ได้ที่ https://teams.microsoft.com/v2/ การสลับกลับไปยัง Teams แบบเดิม หากท่านยังไม่คุ้นเคยกับ Teams เวอร์ชั่นใหม่ หรือต้องการใช้งาน Teams แบบเดิม ท่านสามารถสลับกลับไปยัง Teams แบบคลาสสิกได้ โดยคลิกที่ไอคอน Teams บนแถบเครื่องมือด้านซ้าย แล้วเลือก สลับไปยัง Teams แบบคลาสสิก นอกจากนี้ ท่านยังสามารถสลับกลับมายัง Teams เวอร์ชั่นใหม่ได้เช่นเดียวกัน โดยคลิกที่ไอคอน Teams บนแถบเครื่องมือด้านซ้าย แล้วเลือก สลับไปยัง Teams เวอร์ชั่นใหม่ แหล่งที่มาข้อมูล: (1) Introducing the new Microsoft Teams | Microsoft 365 Blog. https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/blog/2023/03/27/welcome-to-the-new-era-of-microsoft-teams/ (2) Announcing general availability of the new Microsoft Teams app for .... https://techcommunity.microsoft.com/t5/microsoft-teams-blog/announcing-general-availability-of-the-new-microsoft-teams-app/ba-p/3934603 (3) Our first look at the new era of Microsoft Teams - Content+Cloud. https://contentandcloud.com/new-era-microsoft-teams/ (4) Classic Teams users to be automatically updated to new Teams .... https://learn.microsoft.com/en-us/MicrosoftTeams/new-teams-automatic-upgrade-announced . (5) Switch to the new Microsoft Teams - Microsoft Support. https://support.microsoft.com/en-us/office/switch-to-the-new-microsoft-teams-2d4a0c96-fa52-43f8-a006-4bfbc62cf6c5 เรียบเรียงเนื้อหาโดย มัลลิกา ชนะบัว (TLIC JUNIOR#3 - Writer) นักศึกษาโครงการ Digital Learning Support; DLA 2/2566

bottom of page